×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

กองทุนดี๊ดี | ดีต่อใจ กำไรก็ได้

18,001

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

…25% หรือกว่า 1 ใน 4 คือสัดส่วนมูลค่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable and Responsible Investing: SRI) เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนทั่วโลก ในปี 2559

 

…47% ของ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ทั่วโลกในปี 2559 คือนักลงทุนจากทวีปเอเชีย

 

…50% ผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนกว่า 3,000 คนจาก 100 ประเทศทั่วโลก “ปฎิเสธ” ที่จะลงทุนในบริษัทที่ได้ผลประเมินด้าน ESG “ไม่ดี” (ESG ย่อมาจาก สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance))

 

…60% เชื่อว่าบริษัทที่มีผลประเมินด้าน ESG “ดี” จะช่วยลดความเสี่ยง และลดต้นทุนของเงินทุน (Cost of Capital) ของบริษัทให้ต่ำลงได้ ซึ่งจะช่วย “สร้างผลตอบแทนในระยะยาว”

 

นี่เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า…ปัญหาต่างๆ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ใครหลายคนไม่สนใจแค่ตัวเองอีกต่อไป แต่ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหารอบด้าน เฉกเช่น คนในแวดวงการเงิน ทั้งนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย ที่ตระหนักถึงการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มี “หลักการลงทุนอย่างยั่งยืน” ที่ให้ความสำคัญกับ ESG ด้วย หาใช่เพียงสนใจแต่ปัจจัยด้านการเงินเหมือนเช่นที่ผ่านมา

 

โชคดีที่วันนี้มิตรรักการเงินทุกคนสามารถ “ลงทุน” และ “สร้างสังคม” ไปพร้อมๆ กันได้แล้วผ่าน “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” หรือ CG Fund  ที่ลงทุนตาม “หลักการลงทุนอย่างยั่งยืน” และนี่คือความพิเศษของกองทุนนี้

 

 

1.ลงทุนหุ้นดี | การันตีด้วย CG

 

ความแตกต่างสำคัญของ “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” กับกองทุนรวมประเภทอื่นก็คือ “นโยบายการลงทุน” เพราะกองทุนนี้จะลงทุนในหลักทรัพย์ (หุ้น) ที่เข้าเงื่อนไข 3 ข้อเท่านั้นคือ

 

  • ผ่านการประเมินด้านธรรมาภิบาลจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย IDO ที่มี CG Rating 4 ดาวขึ้นไป

 

  • นำรายชื่อหุ้น (จาก 1) มาคัดให้เหลือเฉพาะบริษัทที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC)

 

  • คณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุน (ตัวแทนจากบลจ. 11 แห่ง) จะคัดเลือกหุ้นที่ไม่มีความเหมาะสมออก เช่น ถูกกล่าวโทษจากสำนักงาน ก.ล.ต. มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ เป็นต้น

 

หลังจากนั้นสมาคมบริษัทจัดการลงทุนจะประกาศรายชื่อหุ้นที่ผ่านเกณฑ์กลั่นกรองให้สาธารณชนรับทราบ อย่างเช่นรายชื่อหุ้นที่ลงทุนได้ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านการ มีจำนวน 123 บริษัท ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2560 มีดังนี้

 

โดยหลังจากได้รายชื่อหุ้นที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่บลจ. 11 แห่งร่วมกันคัดเลือกให้มาอยู่ในตระกร้าเดียวกันแล้ว (Stock Universe) บลจ. แต่ละแห่งก็สามารถคัดเลือกหุ้น พร้อมกำหนดสัดส่วนการลงทุนจากหุ้นในรายชื่อเหล่านี้ได้ตามดุลยพินิจของทีมลงทุน และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” มีผลตอบแทนที่แตกต่างกัน

 

 

2.จ่ายเหมือนเดิม | ที่เพิ่มเติมคือมีส่วนพัฒนาสังคม

 

นอกจากการลงทุนในหุ้นที่ดีแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษของ “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” ก็คือบรรดา 11 บริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) ที่เข้าร่วมเจตนารมณ์ในครั้งนี้ มีความเห็นร่วมกันที่จะแบ่งรายได้ของบริษัทจัดการ จากค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุน (Management Fee) ประมาณ 40% ไปร่วมสนับสนุนหน่วยงานที่ส่งเสริมการต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทย

 

ซึ่งหมายความว่าแค่เราลงทุนใน “กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย” ก็จะได้ประโยชน์ถึง 3 ต่อ

ต่อที่ 1: ทางเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่

ต่อที่ 2: นักลงทุนได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมและต่อต้านคอรัปชั่น

ต่อที่ 3: เป็นแรงจูงใจให้บริษัทจดทะเบียน ทำธุรกิจอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม

 

สำหรับใครที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “กองทุนดี๊ดี” (ดีต่อใจ กำไรก็ได้) ลองศึกษาข้อมูลของกองทุนเหล่านี้ดู

 

 

3.หนุนต้านโกง | พลังตลาดทุนไทย

 

ความดีไม่ได้มีไว้ขาย ถ้าอยากได้ต้องร่วมมือกัน!

นี่ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่ “กองทุนรวมธรรมาภิบาล” เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยสำนักงาน ก.ล.ต., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) 11 แห่ง ที่มีขนาดกองทุนภายใต้การบริหารกว่า 93% ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ซึ่งย่อมเป็นนิมิตหมายที่ดีของแวดวงตลาดเงินตลาดทุนไทย โดยเฉพาะกับมิตรรักการเงินทุกคนที่จะได้ร่วมกันทำความดี ต้านโกง ผ่านการลงทุนโดย 11 บลจ. เหล่านี้

  • บลจ.กรุงไทย
  • บลจ.กรุงศรี
  • บลจ.ทหารไทย
  • บลจ.ทาลิส
  • บลจ.ทิสโก้
  • บลจ.ไทยพาณิชย์
  • บลจ.บัวหลวง
  • บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)
  • บลจ. กสิกรไทย
  • บลจ.เอ็มเอฟซี
  • บลจ.บางกอกแคปปิตอล

 

แน่นอนว่าเมื่อธุรกิจมีการดำเนินธุรกิจโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ผู้บริหารตั้งใจทำงาน มีวิสัยทัศน์ ย่อมส่งผลดีต่อยอดขาย ผลกำไร ให้เติบโตอย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน สุดท้ายดอกผลที่ได้รับย่อมถูกส่งกลับสู่มือของนักลงทุนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน

 

“เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีในระยะยาว ย่อมมาจากกิจการที่มีธรรมาภิบาล”

วรวรรณ ธาราภูมิ

ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

 

ที่มาข้อมูล: สมาคมบริษัทจัดการลงทุน, MIT Sloan Management Review, The Boston Consulting Group, Global Sustainable Investment

 

#WealthMeUp

Related Stories