×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

มหัศจรรย์การออม : เกษียณด้วยเงิน 16 ลบ. ไม่ยากอย่างที่คิด

26,412

 

“ฝันกลางวันหรือเปล่า” คำอุทานของใครหลายๆ คน เมื่อเจอคำถาม “คุณคิดว่าก่อนเกษียณ จะเก็บเงินได้ถึง 16 ล้านบาทมั้ย” เอาแค่เก็บให้ได้สักล้านบาทต้นๆ ก็ถือว่าดีถมแล้ว แต่นี่ตั้ง 16 ล้านบาท รอชาติถัดไปดีกว่า

 

หากพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิ้นสุดไตรมาส 1 ปี 2560 อยู่ที่ 990,117 ล้านบาท มีจำนวนสมาชิก 2.92 ล้านราย และสมมติว่าทั้งหมดถึงวัยเกษียณในวันนี้ จะคิดเป็นเงินออมเฉลี่ยเพียง 315,000 บาทต่อคนเท่านั้น  ซึ่งคงสามารถใช้จ่ายได้กันไม่กี่เดือน เพราะตามสถิติแล้วเงินที่ควรมีเพื่อให้เกษียณแบบสบายๆ อยู่ที่ 8 – 10 ล้านบาท 

 

หลายๆ คน อาจจะบอกว่าความจริงก็อยากจะออมเงินให้ได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ดอกเบี้ยต่ำแสนต่ำ ไม่รู้จะทำอย่างไร คำตอบคือทำได้ ถ้ารู้จักจัดพอร์ต

 

CIMB Principal Asset Management ทำการศึกษาความพอเพียงของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยสมมติว่าพนักงานบริษัทเอกชนคนหนึ่ง เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เริ่มทำงานตอนอายุ 22 ปี ด้วยเงินเดือน 15,000 บาท 

 

โดยสมมติฐานว่าเงินเดือนขึ้นปีละ 5.50% เงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี อัตราเงินสะสมที่ 5.45% และอัตราเงินสมทบที่ 5.78% 

 

สมมติว่า พนักงานคนนี้เลือกแผนลงทุนในตราสารหนี้ 100% ได้อัตราผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี และตัดสินใจลงทุนแผนนี้ไปจนเกษียณตอนอายุ 60 ปี และ ณ วันที่พนักงานคนนี้เกษียณจะมีเงินออมทั้งหมด 4.04 ล้านบาท

 

ทีนี้สมมติว่าพนักงานคนนี้ ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนด้วยการกระจายความหลากหลายมากขึ้น เช่น หุ้น กองทุนรวมทั่วไป กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs ทองคำ ตราสารหนี้ แน่นอนจะช่วยให้มีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้นในระยะยาว

 

สมมติว่า การกระจายลงทุนในครั้งนี้ทำให้ได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 7% ผลลัพธ์ เมื่อเกษียณที่อายุ 60 ปี จะมีเงินออมจำนวน 8.84 ล้านบาท

 

และสมมติว่าพนักงานคนนี้ ตัดสินใจเพิ่มอัตราเงินสะสมของตัวเอง 15% เต็มเพดาน (จากเดิม 5.45%) แล้วเลือกแผนการลงทุนด้วยการกระจายไปตามสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งหุ้น กองทุนรวมทั่วไป กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs ทองคำ ตราสารหนี้ โดยการกระจายลงทุนทำให้ได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 7%

 

ผลลัพธ์ เมื่อเกษียณที่อายุ 60 ปี จะมีเงินออมจำนวน 16.35 ล้านบาท!!

 

โดยสรุปแล้ว พนักงานคนนี้ไม่ได้ทำอะไรมากมาย แต่ผลลัพธ์กลับแตกต่าง เพียงแค่ปรับพฤติกรรม 2 อย่าง

 

อย่างแรก ปรับแผนการลงทุนด้วยการกระจายการลงทุนให้มากขึ้น

ยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในระยะสั้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าและช่วยให้เงินออมเติบโตเร็วกว่าในระยะยาว

 

อย่างที่สอง เพิ่มอัตราเงินสะสมให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อเพิ่มจำนวนเงินออมที่จะมีใช้หลังเกษียณ

 

ขนาดเก็บออมเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียงทางเดียว ลองนึกภาพว่าถ้ารวมกับการเก็บออมไว้ในช่องทางอื่นๆ ไปด้วย เช่น กองทุน LTF และ RMF ซื้อกองทุนรวม หรือซื้อหุ้นปันผลไปเรื่อยๆ แบบมีวินัย อาจจะเห็นเงินออมตอนเกษียณมากกว่านี้ก็เป็นได้

 

ออมก่อน รวยกว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกจริงๆ

 

คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories