×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

ลงทุนแบบนี้ มีแต่ขาดทุน

1,712

 

จะมีสักกี่คนที่ลงทุนแล้ว…ไม่เคยขาดทุน?

เพราะแม้แต่นักลงทุนต้นแบบ ไอดอลของใครหลายคนอย่าง Warren Buffett ก็ยังเคยขาดทุนจากการซื้อหุ้น!

 

เมื่อเกิดความผิดพลาดจากการลงทุน สิ่งที่ต้องทำก็คือ “ถือผิดเป็นครู” เรียนรู้จากความผิดพลาดดังกล่าว หาใช่ดึงดัน มั่นใจกับสิ่งที่ผิด เพราะหากทำอย่างหลังโอกาสประสบความสำเร็จคงน้อยลงทุกที…และนี่คือตัวอย่างของนักลงทุนที่ลงทุนแล้ว “มีโอกาสขาดทุนมากกว่าได้กำไร”

 

“ไม่มีวินัย”

 

วิธีสังเกตว่าตัวเอง มีวินัยหรือไม่ ให้ลองนึกย้อนถึงวินัยในการใช้ชีวิตของตัวเอง เช่น สัญญากับตัวเองว่าจะออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4 วัน เอาจริงๆ วันเดียวก็ไม่เคยออก นัดกับใครแล้วแต่ไปสายเป็นชั่วโมง หรือเวลาจะลงมือทำอะไร ก็ผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าเป็นเช่นนี้วิถีการลงทุนก็คงไม่แตกต่าง

 

เช่น ตั้งเป้าเอาไว้ว่าหากราคาหุ้นที่ซื้อเอาไว้ปรับขึ้นไปที่ 20 บาทก็จะขาย แต่เมื่อราคาหุ้นถึงเป้าหมายกลับถือต่อเพราะมั่นใจราคาจะปรับขึ้นไปอีก หรือกำหนดเอาไว้ว่าถ้าหุ้นที่ซื้อราคาปรับลดลงไปอยู่ที่ 8 บาทจะขายเพื่อตัดขาดทุน แต่เมื่อราคาหุ้นปรับลดลงไปอยู่ที่ 8 บาท กลับไม่ขาย เพราะมองว่าอีกสักพักราคาจะปรับขึ้น ถ้าพฤติกรรม “ไม่มีวินัย” เช่นนี้รับรองได้ว่า “ร้อยทั้งร้อยจะล้มเหลว”

 

“โลภ”

 

หากคิดจะลงทุนแต่กลับตั้งคำถามว่า “ซื้อหุ้นตัวไหนดี แล้วได้กำไร” แสดงว่ายังไม่เข้าใจกับคำว่า การลงทุน มีความเสี่ยง แน่นอนว่าการคิดแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะเมื่อลงทุนไปแล้วก็ย่อมอยากได้กำไร ไม่อยากขาดทุน แต่ในโลกความเป็นจริง ไม่มีใครเอาชนะตลาดได้ตลอดเวลา ซึ่งความผิดพลาดจากลงทุน ส่วนหนึ่งมาจากความโลภ หากเปลี่ยนความโลภเป็นความเข้าใจรับรองว่าจะมีความสุขกับการลงทุนมากขึ้น

 

“หวังสูง”

 

เมื่อลงทุนไปแล้วก็อยากได้กำไรเยอะๆ เช่น ลงทุนไปแล้วขอกำไร 100% ซึ่งนักลงทุนคนหวังสูงๆ มักจะถามเจ้าหน้าที่การลงทุนว่า “น้องๆ หุ้นตัวไหน กำไรเยอะๆ” หรือ “มีคนบอกว่าหุ้นตัวนี้ ซื้อแล้วกำไรดีใช่หรือเปล่า” หากนักลงทุนมองโลกในมุมเดียว โดยไม่มองถึงความเสี่ยงแล้วหากเกิดผิดพลาดจะทำให้ไม่สามารถหาวิธีป้องกันความเสียหายจากการลงทุนได้

 

เขาว่ากันว่า

 

มีนักลงทุนหลายคนที่ยังลงทุนตามกระแสข่าวที่ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ รู้เพียงแค่ว่า “หุ้นตัวนั้น ตัวนี้กำลังมีข่าวดีแบบนั้น ข่าวดีแบบนี้” จากนั้นก็กระโดดเข้าไปร่วมวงด้วยการซื้อหุ้นตัวนั้น เพื่อหวังว่าจะได้กำไรจากกระแสข่าวดังกล่าว แต่ผลลัพธ์กลับขาดทุนเพราะข่าวที่เกิดขึ้นไม่มีใครทราบว่ามาจากไหน ที่สำคัญหุ้นตัวนั้นไม่มีปัจจัยพื้นฐานมารองรับเลย

 

“รีบ”

 

นักลงทุนบางคนอยากได้ อยากรวยเร็วๆ เช่น ลงทุนวันนี้เพื่อหวังว่าพรุ่งนี่ราคาหุ้นที่ซื้อจะปรับขึ้นเป็น 10% 20% การลงทุนลักษณะนี้ คือ เก็งกำไร โอกาสกำไรและขาดทุนมีพอๆ กัน ดังนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนจากตลาดหุ้น ควรลงทุนในระยะยาว ลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง หรือลงทุนหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ

 

“เกลียดและกลัว”

 

หากนักลงทุนสำรวจตัวเองแล้วพบว่าไม่ชอบการลงทุนในหุ้นก็ต้องไม่เข้ามาลงทุน เพราะจะไม่ประสบความสำเร็จ ควรสำรวจว่าตัวเองเหมาะกับการลงทุนช่องทางไหน หากกลัวการลงทุนในหุ้นก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะนั่นหมายถึงตนเป็นคนรับความเสี่ยงได้ไม่สูง ก็ต้องมองหาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นและเหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของตัวเอง

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories