×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

ลดหย่อนภาษีด้วย “ประกันสุขภาพพ่อแม่”

443

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

แม้มาตรการ “ช้อปช่วยชาติ” ปีนี้อาจทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะจำกัดประเภทสินค้าที่ซื้อแล้วเอาไปลดหย่อนภาษีได้ แต่สรรพากรก็ยังมีสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับคนที่อยากลดหย่อนภาษี แถมได้ประโยชน์มากกว่าช้อปช่วยชาติเสียอีก อย่างเช่น ซื้อประกันสุขภาพพ่อแม่

 

ของขวัญอย่างหนึ่งที่ลูกกตัญญูจะได้ทดแทนคุณพ่อคุณแม่ตัวเอง รวมถึงพ่อแม่ของคู่สมรส ก็คือ การดูแลให้คุณพ่อคุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง แต่เนื่องจากท่านอายุมากขึ้น โอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีมากขึ้น ซ้ำค่ารักษาพยาบาลก็แพงขึ้นจนเราต้องกุมขมับ เพราะค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยแพงขึ้นปีละ 7% – 8%

 

ทำอย่างไรดี? เรารักคุณพ่อคุณแม่ อยากให้ท่านหายเจ็บหายป่วย แต่ติดปัญหาเรื่องเงิน (เชื่อมั้ยว่า ปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลนี่ยิ่งใหญ่มาก เพราะที่อเมริกา 50%ของคนล้มละลายที่นั่นมีสาเหตุมาจากไม่มีเงินพอจ่ายค่ารักษาพยาบาล) แต่ส่วนใหญ่ เมื่อคุณพ่อคุณแม่เจ็บป่วย ท่านมักไม่ไปหาหมอ เพราะรายได้ไม่มีแล้ว และไม่อยากรบกวนลูกหลาน กว่าจะไปหาหมอจริงๆ ก็อาการหนัก หลายครั้งก็สายเกินไป

 

วิธีหนึ่งที่จะช่วยเราเรื่องค่ารักษาพยาบาลสำหรับคุณพ่อคุณแม่ได้ ก็คือ การซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ท่านเลย ซึ่งเรื่องนี้ ทางภาครัฐก็เข้าใจดี และส่งเสริมให้พวกเราได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูได้อย่างเต็มที่ จึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่

 

ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ  เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้  ได้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพ ให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร เพื่อเอาประกันภัยสำหรับบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ตามจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ในปีภาษีนั้น

 

แต่กรมสรรพากรก็ไม่ได้ให้ง่ายๆ ซะทีเดียว โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ ดังนี้ 

  • บิดาหรือมารดาแต่ละคนมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท

 

ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท บิดาหรือมารดาคนไหนมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีไหน ลูกก็สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้ไปยกเว้นภาษีได้  

 

หลายคนเข้าใจผิดว่าพ่อแม่ต้องอายุเกิน 60 ปี แต่จริงๆ พ่อแม่จะอายุเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่เงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีนั้นก็พอ

 

  • ผู้มีเงินได้หรือสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้จะต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย    (ลูกบุญธรรมไม่มีสิทธิ)

 

  • กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันทำประกันสุขภาพสำหรับบิดามารดาดังกล่าว ให้ผู้มีเงินได้ทุกคนได้รับยกเว้นภาษีเงินได้โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้ร่วมกันจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ 

 

 

ตรงนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าลูกแต่ละคนสามารถยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อ 15,000 บาท และแม่ 15,000 บาท แต่หมายถึงลูกทุกคนรวมกันสามารถยกเว้นเงินได้สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อได้ 15,000 บาท และแม่ 15,000 บาท

 

การยกเว้นเงินได้ ก็เฉลี่ยเบี้ยประกันไปตามส่วนของผู้มีเงินได้ตามที่จ่ายไปจริง แต่เบี้ยประกันที่ซื้อให้พ่อและแม่เฉลี่ยต่อผู้มีเงินได้ (ลูก) รวมแล้วต้องไม่เกิน 15,000 บาทต่อผู้มีเงินได้

 

ตัวอย่างเช่น มีพี่น้อง 4 คน ทั้ง 4 คนเฉลี่ยเงินเท่าๆกันซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อหรือ คุณแม่ โดยชำระเบี้ยรวมกัน 15,000 บาท ทุกคนก็จะสามารถยกเว้นเงินได้สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อแม่นี้เท่ากับคนละ 3,750 บาท

 

สำหรับรูปแบบของการประกันสุขภาพที่กรมสรรพากรให้สิทธิประโยชน์ ก็จำกัดเฉพาะ

  1. การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
  2. การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก 
  3. การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)  
  4. การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)

 

สำหรับหลักฐานที่จะใช้ยื่นกรมสรรพากรก็คือใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย โดยต้องมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 

 

  • ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย (ชื่อพ่อ หรือ แม่)
  •  ชื่อ และนามสกุลของผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย (ชื่อลูกทุกคนที่ร่วมกันจ่ายเบี้ย)
  •  ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับประกันภัย
  • จำนวนเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพ  (แยกตามชื่อลูกที่จ่ายเบี้ยเลย คนไหนจ่ายเท่าไหร่)
  • จำนวนเงินที่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้

 

เพราะฉะนั้น อย่าลืมบอกบริษัทประกันออกใบเสร็จรับเงินให้ถูกด้วย ไม่งั้นจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอะไรเลย

 

#WealthMeUp

 

Related Stories