×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

“มีเงิน 3 ล้านกว่า ไปเกษียณจังหวัดไหนดี”

9,492

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

“มีเงินเก็บซะอย่าง ไปใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณที่ไหนก็ได้” ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนที่เก็บเงินเพื่อใช้หลังเกษียณอย่างเหลือเฟือ แต่ก็มีคนอีกเยอะที่ไม่มั่นใจว่าเงินเก็บจะเพียงพอกับการใช้ชีวิตบั้นปลายหรือเปล่า

 

คนกลุ่มแรกที่มีเงินใช้เหลือเฟือ จะไม่ขอพูดถึงเพราะอาจเกิดความอิจฉาขึ้นกับใครหลายๆ คน แต่จะทางออกให้กับคนกลุ่มหลังว่า หากมีเงินจำนวนจำกัด ควรไปใช้ชีวิตหลังเกษียณที่จังหวัดไหน เงินถึงจะพอเพียงจนถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ

 

แน่นอนว่าแต่ละจังหวัดในเมืองไทยมีค่าครองชีพไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดพื้นที่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นเขตเศรษฐกิจขนาดไหน

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนต่อเดือนแต่ละจังหวัดในประเทศไทย โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พูดง่ายๆ ว่าจ่ายสำหรับปัจจัย 4 รวมถึงจ่ายเพื่อความบันเทิง การศึกษา เงินบริจาคอีกเล็กน้อย

 

ผลปรากฏว่าปี 2560 ถ้าเป็นภาคกลาง สุพรรณบุรีมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนต่อเดือนต่ำที่สุดอยู่ที่ 15,919 บาท ภาคเหนือ ต่ำสุดยกให้เชียงราย คือ 10,440 บาท ภาคอีสาน คือกาฬสินธุ์ อยู่ที่ 11,541 บาท ภาคใต้ ตกเป็นของนราธิวาส 14,980 บาท ส่วนกรุงเทพอยู่ที่ 35,350 บาท

 

จากตัวเลขค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนดังกล่าว สามารถนำมาวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณได้ในเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางได้ว่าเงินที่สะสมได้นั้น สามารถใช้ชีวิตแบบสบายๆ ได้ที่จังหวัดไหน

 

หากมีเงินเก็บประมาณ 3.2 ล้านบาท แล้วตัดสินใจไปใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เชียงราย ด้วยค่าใช้จ่ายต่อเดือน 10,440 บาท จะอยู่ได้ถึง 25 ปี (ถ้าเกษียณตอนอายุ 60 ปี จะมีเงินใช้ไปถึงอายุ 85 ปี) ส่วนกาฬสินธุ์ (ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 11,541 บาท) จะอยู่ได้ 23 ปี นราธิวาส (ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 14,980 บาท) จะอยู่ได้ 17.8 ปี สุพรรณบุรี (ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 15,919 บาท) จะอยู่ได้ราว 16 ปีกว่า แต่หากคิดเกษียณอยู่กรุงเทพ (ค่าใช้จ่ายต่อเดือน 35,350 บาท) จะอยู่ได้เพียง 7 ปีกับอีก 5 เดือน

 

สมมติว่าอายุยืนถึง 90 ปี อยากใช้ชีวิตหลังเกษียณที่นราธิวาส ก็ต้องมีเงินเก็บประมาณ 5.4 ล้านบาท (เกษียณตอนอายุ 60 ปี) แต่ถ้าอยากอยู่กรุงเทพ อย่างน้อยๆ ต้องมีเงินเก็บ 12.7 ล้านบาท

 

โดยเงินจะเพียงพอหรือไม่นั้น นอกจากขึ้นอยู่กับว่าจะมีชีวิตกี่ปี ยังขึ้นกับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนด้วย และบอกเลยว่าเมื่อเห็นตัวเลขนี้จะทำให้ทุกคนมีกำลังใจในการเก็บเงินเอาไว้ใช้ในวัยแก่เฒ่า และสามารถออกแบบชีวิตตัวเองได้

 

สมมติว่า ตอนนี้อายุ 25 ปี จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี คาดว่าจะมีชีวิตถึง 85 ปี และวางแผนไปใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เชียงรายด้วยค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน 10,440 บาท ก็เริ่มลงทุนทุกๆ เดือน ถ้าได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี ก็ลงทุนแค่เดือนละ 1,462 บาท พอถึงอายุ 60 ปีจะมีเงินทั้งสิ้น 3.13 ล้านบาท

 

แต่ถ้าคิดเกษียณที่กรุงเทพ ต้องลงทุนกันถึงเดือนละประมาณ 5,000 บาท เพื่อให้ได้เงินประมาณ 10 ล้านบาท ตอนอายุ 60 ปี เพื่อให้มีเงินใช้ในแต่ละเดือน 35,350 บาท ไปจนถึงอายุ 85 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ในโลกของความเป็นจริง พอถึงอายุ 60 ปี ทุกคนจะนำเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตไปลงทุนต่อเพื่อให้ออกดอก ออกผล นั่นหมายความว่า เงินลงทุนในแต่ละเดือนก็จะลดลงตามไปด้วย

 

เช่น อายุ 25 ปี จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี คาดว่าจะมีชีวิตถึง 85 ปี และวางแผนไปใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เชียงราย ด้วยค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน 10,440 บาท เริ่มลงทุนทุกๆ เดือน ถ้าได้ผลตอบแทนการลงทุนช่วงก่อนเกษียณได้เฉลี่ย 8% ต่อปี และพอหลังเกษียณก็นำไปลงทุนต่อแล้วได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี ก็เพียงลงทุนประมาณเดือนละ 843 บาท ก็จะได้เงินตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ และไปใช้ชีวิตที่เชียงรายได้สบายๆ และถ้าคิดเกษียณที่กรุงเทพ ก็ลงทุนประมาณเดือนละ 2,854 บาท

 

เห็นตัวข้อมูลกันแล้ว ทุกคนคงโล่งอกและมีกำลังใจในการเก็บเงินเพื่อเตรียมเอาไว้ใช้หลังวัยเกษียณ และถ้าจะให้อิสรภาพทางการเงินเกิดกับตัวเองโดยไว ต้องรีบและลงทุนกันทุกๆ เดือน

#WealthMeUp

Related Stories