×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

“ภาษี” เรียกคืนได้ เรียกคืนให้เร็วที่สุด!

1,259

 

ก่อนหน้านี้มีบทความวางแผนภาษี ที่เน้นกลยุทธ์เพื่อเป้าหมาย “เสียให้ช้าที่สุด”  ด้วยการยืดระยะเวลาในการเสียภาษีไปแล้ว…คราวนี้มาดูกันต่อกับกลยุทธ์เพื่อเป้าหมาย “เรียกคืนให้เร็วที่สุด” ด้วยการใช้สิทธิเรียกคืนภาษีให้เร็วที่สุด!

 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า…ทำไมเราถึงต้องเรียกคืนภาษี?

 

การเรียกคืนภาษีจะทำได้ต่อเมื่อ หากเราคำนวณภาษีเงินได้ที่ต้องเสียประจำปีแล้วพบว่าว่าเราถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเยอะเกินไป แต่หลายคนมักดีใจที่ได้ภาษีคืน ทั้งที่จริงแล้วควรเสียใจมากกว่า เพราะเราไม่ได้ภาษีคืน เพราะกรมสรรพากรไม่ได้คืนภาษีอะไรเราเลย ที่เราได้คืน…คือภาษีที่เราจ่ายเยอะเกินกว่าที่ควรเสียไปต่างหาก และตอนสรรพากรคืนเราก็คืนเฉพาะภาษีที่เราเสียเยอะเกินไปเท่านั้น ไม่มีดอกเบี้ยแถมมาด้วย

 

ดังนั้นการที่เราเรียกคืนภาษีจากกรมสรรพากร เท่ากับเราให้กรมสรรพากรยืมเงินเราใช้ฟรีๆ โดยไม่เสียดอกเบี้ย รู้อย่างนี้แล้ว น่าจะเสียใจมากกว่าดีใจใช่มั้ยล่ะ!

 

แต่เมื่อมีสิทธิเรียกคืนแล้ว เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์มากไปกว่านี้ เราในฐานะผู้มีสิทธิก็ต้องเรียกคืนให้เร็วที่สุด โดยกลยุทธ์การเรียกภาษีคืนให้เร็วที่สุดมี 3 วิธีง่ายๆ ดังนี้

 

1. ยื่นภาษีแต่เนิ่นๆ

ยิ่งยื่นเร็ว ยังไม่มีคนยื่นเยอะ ยิ่งดี เพราะคนส่วนใหญ่ชอบรอไปยื่นตอนใกล้ๆ หมดเวลายื่นราวปลายมีนาคม ดังนั้นถ้าเรายื่นได้เร็ว เจ้าหน้าที่สรรพากรก็สามารถตรวจสอบภาษีได้เร็ว และก็คืนภาษีเราได้เร็วด้วย

 

2. ยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต

การยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต จะได้ภาษีคืนเร็วกว่าการยื่นด้วยกระดาษที่สำนักงานเขตสรรพากร (แต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมาหลายคนที่ยื่นด้วยอินเทอร์เน็ตคงพบปัญหาเดียวกัน คือ ได้ภาษีคืนช้าเหลือเกิน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราไม่ได้ใช้พร้อมเพย์)

 

3. ยื่นขอคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์

 

ที่ผ่านมาแฟนๆ WealthMeUp ทำแบบไหน? และเป็นคนส่วนใหญ่หรือไม่? ไปดูข้อมูลนี้กัน…

 

ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ปีนี้มีการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบผ่านอินเทอร์เน็ตสูงกว่า 90% ส่วนที่เหลือเป็นการยื่นแบบเอกสารประมาณ 2-3%

 

สำหรับการขอคืนภาษีนั้น กรมสรรพากรคืนผ่านระบบพร้อมเพย์ในสัดส่วนถึง 70% ส่วนที่เหลือเป็นการคืนภาษีสำหรับผู้ไม่ได้สมัครพร้อมเพย์ 20% และขอคืนแบบยื่นเอกสาร

 

โดยกรมสรรพากรยอมรับว่าการคืนภาษีผ่านระบบเช็ค “ช้ากว่า” พร้อมเพย์ และอาจต้องใช้เวลารอนานถึง 45 วัน เพราะกรมสรรพากรจะให้เวลาอีก 30 วันสำหรับคนที่ยังไม่สมัครพร้อมเพย์ หลังจากนั้นถ้าไม่พบบัญชีพร้อมเพย์ กรมสรรพากรจึงจะออกเป็นเช็คคืนภาษีให้ ในขณะที่พร้อมเพย์จะได้รับเงินคืนเร็วสุดคือไม่เกิน 3 วัน

 

รู้แบบนี้แล้วถ้าต้องการใช้กลยุทธ์เพื่อเป้าหมาย “เรียกคืนให้เร็วที่สุด” อย่าลืมทำทั้ง 3 วิธี (ยื่นแต่เนิ่น ผ่านอินเทอร์เน็ต และขอคืนผ่านระบบพร้อมเพย์) รับรองได้ภาษีคืนเร็วแน่นอน!

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories