×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

4 เหตุผลที่ควรมี TMBSET5O ไว้ในพอร์ต!

2,340

 

คำถามสุดฮิตของทั้งนักลงทุนมือใหม่และมือเก๋าก็คือ…

 

กองทุนไหนดี?

 

คำถามนี้…ถามง่าย แต่ตอบยาก เพราะแต่ละกองทุนก็มีข้อดีแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าจะเลือกกองทุนที่ใช่ ควรถามว่า…

 

กองทุนไหน…เหมาะกับเรา?

 

โดยทั่วไปแล้วกองทุนรวมในบ้านเราแบ่งได้ 2 แบบคือ “กองทุนแบบเชิงรุก” หรือ Active Fund ซึ่งผู้จัดการกองทุนบริหารกองทุนโดยมุ่งหวังให้ผลตอบแทนของกองทุน “สูงกว่า” ตัวชี้วัด หรือ Benchmark ส่วน “กองทุนแบบเชิงรับ” หรือ Passive Fund ผู้จัดการกองทุนมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อทำให้ผลตอบแทน “ใกล้เคียง” กับตัวชี้วัด หรือ Benchmark มากที่สุด

 

คำถามของผู้ลงทุนส่วนใหญ่ที่มีต่อกองทุนประเภท Passive Fund ก็คือ…ในเมื่อเราจ้างให้ผู้จัดการกองทุนบริหารกองทุนแทนเราแล้ว ทำไมเราจึงหวังเพียงแค่ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีเท่านั้น?

 

Bloomberg  ลงบทความที่น่าสนใจเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า 90% ของการลงทุนแบบเชิงรุก (Active) แพ้ Benchmark ในปี 2016 และเป็นเช่นนี้เสมอไม่ว่าจะในรอบการลงทุน 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี เพราะค่าธรรมเนียมที่สูงของการลงทุนแบบเชิงรุก (Active) ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2017 มีนักลงทุนสหรัฐโยกเงินจากกองทุนแบบเชิงรุก (Active Fund) มายังกองทุนแบบเชิงรับ (Passive Fund) เกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ค่าธรรมเนียมสูง…ปัญหาหลักของ Active Fund

 

และเมื่อกลับมามองบ้านเรา หากถามว่ากองทุนแบบเชิงรับ (Passive Fund) กองทุนไหนได้รับความนิยมมากที่สุด…คำตอบก็คือ TMBSET50 เพราะมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 แตะ 10,613 ล้านบาทแล้ว (ไม่รวมกองทุนอื่นในตระกูล SET50 อาทิ TMBSET50 Dividend, TMBSET50 RMF) และนี่คือ 4 เหตุผลที่ทำให้ TMBSET50 ฮอต ฮิต ติดลมบน!

 

1.ลงทุนบริษัท “ใหญ่” ผันผวนต่ำกว่า   

 

 

กองทุน TMBSET50 มีนโยบายการลงทุนโดยมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี SET50 ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งหุ้นที่ถูกจัดอยู่ในดัชนี SET50 ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีขนาด “ใหญ่” และดำเนินธุรกิจที่ผู้ลงทุน “คุ้นเคย” กันเป็นอย่างดี เช่น BTS, เครือโรงพยาบาลกรุงเทพธนาคารกสิกรไทยปตท.ปูนซิเมนต์ไทย, AIS, เครือ CP, เครือเซ็นทรัล ฯลฯ ซึ่งหุ้นในกลุ่มนี้จะมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นขนาดกลางและเล็ก

 

2.ผลการตอบแทน “ดี” ในระยะยาว

 

กองทุน TMBSET50 ถือเป็นกองทุนประเภท Passive Fund ที่เปิดดำเนินงานมายาวนานที่สุดกว่า 16 ปี 8 เดือน หรือนับตั้งแต่ 29 มี.ค. 2544 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากองทุน TMBSET50 สามารถทำผลตอบแทนในระยะยาวเมื่อนับจากจัดตั้งได้เฉลี่ยสูงถึง 14-15% ต่อปีทีเดียวหรือเมื่อมองจากราคาเปิด NAV ที่ 10 บาท ปัจจุบัน (13 ธ.ค. 60) ขึ้นมาที่ 101 บาท คือ 10 เด้งเลยทีเดียว 

 

 

3.ต้นทุนในการลงทุน “ถูก”

 

สำหรับค่าใช้จ่ายหลัก คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการนั่นเอง ซึ่งกองทุน TMBSET50 เรียกเก็บเพียง 0.50% ต่อปี ขณะที่ค่าธรรมเนียมอื่นๆ อาทิ นายทะเบียนและผู้ดูแลผลประโยชน์ เก็บเพิ่มอีกเล็กน้อย รวมค่าธรรมเนียมที่กองทุนเรียกเก็บทั้งหมด (Total Expense Ratio) ถือว่าถูกมากคือ 0.6318% ต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนหุ้นไทยที่เป็น Active Fund ที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.75-2.50% ต่อปี นอกจากนั้น ในหลายๆที่ยังมีค่าธรรมเนียมเข้า-ออก (Front/ Back-end Fee) ซึ่งมักจะคิดกันที่ร้อยละ 1-1.5% ของมูลค่าการซื้อขายอีกด้วย และนั่นก็หมายความว่าผู้ลงทุนมี “ต้นทุนในการลงทุนที่ถูกลง” เฉลี่ยเกือบ 2% ต่อปีเมื่อลงทุนกับกองทุน TMBSET50

 

4.“โปร่งใส” และ “เข้าใจ” ง่าย

 

ดัชนี SET50 เป็นดัชนีมาตรฐานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดทำขึ้นและทำการทบทวนหุ้นเข้าออกทุกครึ่งปี โดยประกาศสัดส่วนและชื่อหุ้นเข้าออก ดังนั้นเรื่องความโปร่งใสจึงไว้ใจได้แน่นอน ขณะเดียวกัน กองทุน TMBSET50 ยังมีการเปิดเผยข้อมูลสัดส่วนการลงทุนของหุ้นทุกตัวในพอร์ตโฟลิโอในทุกๆ เดือนซึ่งนั่นก็จะทำให้ผู้ลงทุน นอกจากติดตามผลรายวันของดัชนีว่าขึ้นลงเท่าไรแล้ว ยังสามารถติดตาม สัดส่วนหุ้นในพอร์ตการลงทุนของกองทุนได้อย่างละเอียด

 

 

สำหรับนักลงทุนที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกลงทุนกองทุนไหนดีหากคำตอบของความต้องการคือ

 

ลงทุนหุ้นใหญ่ | ผลตอบแทนดี | ต้นทุนถูก | โปร่งใส

 

เชื่อว่ากองทุน TMBSET50 ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และถ้า add line @TMBAM (http://line.me/ti/p/@dpn9454a) ตอนนี้ ยังรับฟรี “กระเป๋าเพิ่มทรัพย์ ” อีกด้วย

คำเตือน:

– ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยัน ถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories