×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

5 สุดยอดนักลงทุนสถาบัน ผลงานเด่นในหุ้นไทย

2,096

 

“เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด” สุภาษิตไทยโบราณ ที่สอนให้เรารู้ว่า “การปฏิบัติตามผู้ใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์สูงย่อมปลอดภัย” เช่นเดียวกับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในตลาดหุ้น แต่อาจมีประสบการณ์ไม่มาก หรือกลัวว่าาลงทุนไปแล้วจะขาดทุนมากกว่าได้กำไร หรือไม่สามารถเลือกหุ้นได้ เพราะข้อมูลเยอะจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี หากมีความลังเลแบบนี้ ทางออกที่น่าสนใจอีกทางนั่นคือจัดพอร์ตหุ้นตามนักลงทุนสถาบัน พูดง่ายๆ ก็คือ “ลอกหุ้น” นักลงทุนสถาบันซื้อหุ้นตัวไหนก็ซื้อหุ้นตัวนั้นตาม!

 

ก่อนจะตอบคำถามว่าควรซื้อหุ้นตามนักลงทุนสถาบันไหนดี? คงต้องเริ่มที่ความสำคัญของ “การจัดพอร์ตหุ้น” เพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนตลอดเวลา ดังนั้น หากลงทุนแล้วไม่ติดตามข้อมูลข่าวสาร เมื่อตลาดเปลี่ยนทิศจากปัจจัยต่างๆ อาจมีผลกระทบต่อการลงทุน เช่น ตลาดปรับลดลง ราคาหุ้นที่ซื้อเอาไว้อาจร่วงลงจนกลายเป็นขาดทุน หรือตลาดปรับขึ้น ราคาหุ้นที่ซื้อไว้อาจพุ่งสูงขึ้นจนเสียโอกาสในการทำกำไรได้

 

นอกจากนี้ นักลงทุนไม่สามารถพึ่งพาหุ้นเพียงตัวใดตัวหนึ่ง เพราะหุ้นแต่ละตัวจะมีข้อเด่นและข้อด้อยที่แตกต่างกัน ไม่มีหุ้นไหนการันตีผลตอบแทนที่ดีไปได้ตลอด บางปีสร้างผลกำไรดี แต่หากช่วงไหนเกิดวิกฤติ ธุรกิจได้รับผลกระทบย่อมส่งผลต่อราคาหุ้น

 

ดังนั้น กลยุทธ์การจัดพอร์ตหุ้นด้วยการมองผลตอบแทนรวม (Total Return) จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับนักลงทุน ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นผลตอบแทนที่ได้รวมเงินปันผลเข้าไปแล้ว โดยนักลงทุนต้องคัดเลือกหุ้นที่คิดว่าน่าจะสร้างผลตอบแทนในระดับน่าพอใจเข้ามาในพอร์ตของตน

 

กลยุทธ์การจัดพอร์ตหุ้นเพื่อหาค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนในระยะยาว เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่นักลงทุนสถาบันนิยมใช้กัน ดังนั้น นักลงทุนที่มีประสบการณ์ไม่มากและมีอาการลังเลเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อหุ้นตัวไหน ก็สามารถซื้อหุ้นตามนักลงทุนสถาบันได้

 

คำถามที่ตามมาก็คือ ลอกพอร์ตหุ้นนักลงทุนสถาบันไหนแล้วไว้วางใจหรือมีความปลอดภัยสูง

 

คำตอบที่น่าสนใจคือ ให้มองนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ (หรือกองทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนหุ้นไทย) โดยเลือกค่ายที่มีประวัติผลการดำเนินงานในอดีตโดดเด่น เช่น ตลอดระยะเวลา 3 ปี 5 ปี สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในระดับไหน ถึงแม้ผลงานในอดีตจะไม่ได้การันตีอนาคต แต่อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เกิดความอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง

 

เมื่อได้นักลงทุนสถาบันนั้นๆ แล้ว จากนั้นก็เข้าไปศึกษารายละเอียดนโยบายการลงทุนแต่ละกองทุนว่าลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมไหน สัดส่วนการลงทุนกระจายไปในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร ถัดจากนั้นก็ดูว่าลงทุนหุ้นตัวไหน รวมถึงสัดส่วนการลงทุนหุ้นแต่ละตัวด้วย

 

Financial Time รวบรวมข้อมูลของนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาลงทุนในหุ้นไทย (ณ 30 มิ.ย. 2560) ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (30 มิ.ย. 2556 – 30 มิ.ย. 2560) และสร้างผลการดำเนินงานสูงสุด 5 อันดับแรกไว้ดังนี้

 

หากพิจารณาหุ้นที่กองทุนถือลงทุน ล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานในระยะยาวเติบโตดี จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ดังนั้น นอกจากจะเป็นหุ้นหมายปองของนักลงทุนสถาบันแล้ว นักลงทุนทั่วไปต่างต้องการเก็บไว้ในพอร์ตเช่นเดียวกัน

 

แต่นักลงทุนอาจไม่สามารถลงทุนหุ้นในตารางด้านบนได้ทุกตัว ทางออกเห็นจะเป็นการจัดสรรเงินลงทุนแล้วเลือกหุ้นที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนของตัวเอง ที่สำคัญควรกระจายไปแต่ละอุตสาหกรรมเพื่อลดความสียหายให้กับพอร์ตลงทุน อีกทั้ง ก่อนตัดสินใจลงทุนควรอ่านบทวิเคราะห์ประกอบการลงทุน และอย่าลืมว่าการ “ซื้อตาม” หาใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุดไม่ เพราะเราไม่รู้เลยว่านักลงทุนสถาบันเหล่านี้ซื้อหุ้นแต่ละตัวที่ระดับราคาเท่าไหร่ หรือจะทยอยปล่อยหุ้นเหล่านั้นเมื่อไหร่!

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories