×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

8 ข้อควรรู้ก่อนซื้อประกันชีวิต

8,050

 

หากถามว่า ประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ควรซื้อหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่ใช่แค่ควรซื้อ แต่จำเป็นต้องซื้อเลยต่างหาก เพราะในปิรามิดการวางแผนการเงิน จัดให้การวางแผนการบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญอันดับสอง รองแค่การบริหารเงินสดให้พอใช้ในชีวิตประจำวัน หรือสรุปง่ายๆ หากต้องการวางแผนการเงินเพื่ออนาคต ให้นึกถึงการบริหารความเสี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก เหมือนตอนที่เราจะเดินทางไกล เราต้องตรวจเช็คลมยาง เบรก ฯลฯ จุดประสงค์ก็เพื่อบริหารความเสี่ยงนั่นเอง และผลิตภัณฑ์การเงินที่ตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยงมากสุด ก็คือ ประกันชีวิต

 

จะเห็นได้ว่าประกันชีวิตมีความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน แต่คนไทยก็ยังไม่สนใจกันมากเท่าที่ควร แม้รัฐบาลให้ลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิตได้ถึง 100,000 บาทก็ตาม ทำให้ประกันชีวิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกขายมากกว่าที่จะถูกซื้อ กล่าวคือ ซื้อเพราะถูกขาย มากกว่าซื้อเพราะอยากซื้อ

 

แต่ไม่ว่าจะซื้อด้วยเหตุผลอะไร เราก็ควรซื้อประกันชีวิตที่เราได้ประโยชน์สูงสุด ข้อควรรู้ก่อนซื้อประกันชีวิตมีดังนี้

 

1.ซื้อเพื่ออะไร

หลายคนซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี จึงซื้อไม่เกิน 100,000 บาท แต่จริงๆ แล้ว ประกันชีวิตควรซื้อเพื่อการบริหารความเสี่ยง เราจึงควรซื้อเพื่อบริหารความเสี่ยงหากสิ่งที่คาดหวังไม่เป็นจริง เช่น คาดหวังให้ลูกได้เรียนจบปริญญาเอกเมืองนอก คาดหวังมีชีวิตเกษียณที่ดี คาดหวังการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว ฯลฯ

 

2.ซื้อให้ตรงกับความต้องการ

ประกันชีวิตมีหลายแบบ แต่ละแบบมีความเหมาะสมในแต่ละเป้าหมายต่างๆกัน อย่างเช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เหมาะสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการออมเงิน ประกันแบบคุ้มครองตลอดชีพหรือแบบกำหนดระยะเวลาเหมาะสำหรับการบริหารความเสี่ยง เป็นต้น

 

3.ซื้อที่ทุนประกันครอบคลุม

ตัวอย่างเช่น หากเรากู้หนี้แบงค์ซื้อบ้าน 2 ล้านบาท เราก็ควรซื้อประกันชีวิตที่ทุน 2 ล้านบาท เพื่อว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ยังรักษาบ้านให้ครอบครัวเราได้

 

4.เลือกค่าเบี้ยและระยะเวลาที่เหมาะสม

ประกันชีวิตเป็นสัญญาที่ผูกมัดให้เราต้องชำระเบี้ยตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด ไม่สนใจว่าเราจะมีรายได้หรือไม่ (ไม่เหมือน RMF หรือ LTF ที่เราสามารถซื้อมากน้อยได้ตามรายได้ของเรา) ดังนั้นเราจึงควรซื้อประกันในจำนวนเบี้ยที่เราพอจะจ่ายไหวตลอดอายุสัญญากรมธรรม์ และระยะเวลาคุ้มครองก็ควรจะเหมาะสมกับความคุ้มครองที่เราต้องการด้วย อย่างเช่น หากเราต้องการซื้อประกันคุ้มครองหนี้บ้าน เราก็ควรซื้อประกันที่ระยะเวลาคุ้มครองเท่ากับระยะเวลาผ่อนหนี้ เป็นต้น

 

5.แถลงข้อความตามจริง

อย่าโกหก หรือ ปิดบังข้อเท็จจริงที่สำคัญ เช่น ปัญหาสุขภาพ เป็นต้น เพราะบริษัทประกันอาจบอกล้างสัญญาและปฏิเสธการชดใช้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

6.อ่านกรมธรรม์ให้เข้าใจ

เพราะประกันชีวิตคือสัญญาระหว่างเรากับบริษัทประกัน เราจึงควรอ่านกรมธรรม์ให้เข้าใจก่อนลงชื่อและชำระเงินค่าเบี้ยประกัน จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง

 

7.ขอดูบัตรจากตัวแทนประกัน

เพราะประกันชีวิตถูกกำกับอย่างเข้มงวดจาก คปภ. ผู้ขายประกันชีวิตได้ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก คปภ. เท่านั้น ดังนั้น อย่าลืมขอดูบัตรตัวแทนประกัน เพื่อป้องกันพวกมิจฉาชีพ หรือ บุคคลที่ไม่มีความรู้จริงมาแนะนำ

 

8.ขอใบเสร็จรับเงิน

สุดท้าย อย่าลืมขอใบเสร็จรับเงินที่เป็นของบริษัทประกันด้วย จะได้เป็นหลักฐานในการชำระเงิน

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories