×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

UOBAM ชี้ช่องลงทุนรับศก.ชะลอตัว

651

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

บลจ.ยูโอบี แนะนำให้ลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน ประเมินดัชนีหุ้นไทยปีนี้แตะ 1,750 จุด พร้อมคาดตลาดกองทุนรวมเติบโตประมาณ 5-10%

 

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) หรือ บลจ. ยูโอบี เปิดเผยว่า บลจ.ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในปี 2562 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภท เพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน

 

พร้อมกันนี้ ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้จะแตะระดับ 1,750 จุด ซึ่งไม่ได้ต่างจากเป้าเดิมที่ทางบลจ.ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่มูลค่าตลาดกองทุนรวมของไทยในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 5-10% หรือดีกว่าปีที่ผ่านมา ที่ตลาดทรงตัว

 

ในส่วนของบลจ.ยูโอบี ณ เดือนธันวาคม  2561 มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการ (AUM) 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น กองทุนรวม 1.4 แสนล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 4.6 หมื่นล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 2.3 หมื่นล้านบาท สำหรับปีนี้ ประเมินว่า มูลค่าสินทรัพย์ในการบริหารของบลจ. ยูโอบีจะเติบโตประมาณ 15% หรืออย่างน้อยก็เติบโตเท่ากับอัตราการเติบโตของตลาดรวม

 

ด้านนายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และสื่อสารองค์กร สายพัฒนาธุรกิจ กล่าวถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจและมุมมองด้านการลงทุนในปี 2562 ว่า แม้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว แต่จากดัชนีชี้วัดยังไม่พบสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะเกิดภาวะถดถอยในปีนี้อย่างแน่นอน ขณะที่สภาพคล่องในระบบการเงินโลกจะลดน้อยลงส่งผลให้ตลาดการลงทุนมีความผันผวนมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่ส่งผลต่อการค้า รวมถึงกรณี Brexit ที่จะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในช่วงสั้นๆ ที่มีข่าวลบ

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ยังมีตลาดหุ้นบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พื้นฐานยังแข็งแกร่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น และจะรีบาวน์ได้ดีในปีนี้

 

นายวจนะ แนะนำว่า เพื่อรับมือกับภาวะผันผวนที่เกิดขึ้น นักลงทุนควรกระจายความลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท และหลายภูมิภาค กองทุนหุ้นควรลดการกระจุกตัวรายประเทศหรือรายอุตสาหกรรม

 

ขณะเดียวกัน ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้หรือกองทุน Multi-Asset และพิจารณาลงทุนในกองทุนตราสารทางเลือก เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มี Yield สูง หรือกลยุทธ์ Long/Short ที่การเคลื่อนไหวของผลตอบแทนไม่สัมพันธ์กับตลาดหุ้นหรือตราสารหนี้

 

ด้านนางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า บลจ.ยูโอบี ได้คัดสรรกองทุน 5 กองทุน ที่ตอบโจทย์การลงทุนที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ได้แก่

 

  1. กองทุนเปิด ไทย ตราสารหนี้ (TFIF) ระดับความเสี่ยงกองทุน 4 ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และ/หรือภาคเอกชน ที่มีความมั่นคงและสภาพคล่องสูงเป็นหลัก
  2. กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS) ระดับความเสี่ยงกองทุน 5 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่แสวงหาโอกาสรับรายได้แบบสม่ำเสมอ และลดความเสี่ยงจากปัจจัยดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลง โดยเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ PIMCO GIS Income Fund (Class I) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพ มีนโยบายกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ที่หลากหลาย
  3. กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เฟล็กซิเบิ้ล อินคัม ฟันด์ (UFIN) ระดับความเสี่ยงกองทุน 6 ลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่า NAV ของกองทุน กองทุน UFIN กระจายการลงทุนในสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ 
  4. กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินโนเวชั่น ฟันด์ (UNI) ระดับความเสี่ยงกองทุน 6 มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศที่ออกโดยบริษัททั่วโลก รวมถึงประเทศในตลาดเกิดใหม่ โดยเป็นตราสารทุนของบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและหรือเทคโนโลยีใหม่ 

 

กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ออล ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (UCHINA) ระดับความเสี่ยงกองทุน 6 ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ UBS (LUX) Equity SICAV- All China USD (Class I-A1-acc) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว มีจุดเด่นคือกองทุนหลักลงทุนในหุ้นบริษัทจีนทั้งในตลาด Onshore และ Offshore เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้จัดการกองทุนสามารถเลือกหุ้นได้อย่างเหมาะสม 

 

#WealthMeUp

Related Stories