×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

เรื่องเงินที่ต้องทำ! คนเริ่มทำธุรกิจ

132

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

มาดู 4 เรื่องเงินต้องทำ…ของคนคิดเริ่มต้นทำธุรกิจ

 

เพื่อให้สุขภาพการเงินเข้มแข็ง เพิ่มโอกาสเติบโตของธุรกิจในอนาคต

 

‘แยกกระเป๋า’ ให้ชัดเจน

 

เงินเพื่อใช้ในธุรกิจอาจเพิ่มลดได้ ตามเศรษฐกิจหรือยอดขายในแต่ละช่วงเวลา บางครั้งเมื่อยอดขายเพิ่มคนทำธุรกิจมักต้องการเตรียมหรือหาเงินเพิ่มเพื่อรองรับยอดขายนั้น แต่การเตรียมเงินที่สูงขึ้น จะตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้น หากธุรกิจไม่เติบโตตามคาด

 

การแบ่งเงินในบัญชีหรือแยกกระเป๋าให้ชัดเจน หากเงินส่วนใดถูกใช้หมดก่อนต้องไม่นำเงินอีกส่วนมาชดเชย จะช่วยจำกัดความเสี่ยงของเงินเก็บตนเอง ไม่ให้ลุกลามจนกระทบชีวิตได้ เช่น 

 

  • แยกเงินเก็บที่มี โดยแบ่งเป็น บัญชีเงินฝากหรือบัญชีกองทุน เพื่อเป็นเงินเก็บหรือใช้จ่ายส่วนตัว และบัญชีเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับธุรกิจ
  • กำหนดเงินเดือน เช่น เดือนละ 20,000 บาท หรือเกณฑ์การจ่ายรายได้ให้ตัวเอง เช่น 10% ของยอดขาย หรือ 30% ของกำไร 

 

‘รับ-จ่ายเงิน’ ผ่านบัญชีธนาคาร

 

หนึ่งในตัววัดความมั่นคงหรือความน่าเชื่อของธุรกิจ คือ จำนวนและความสม่ำเสมอของรายได้ ซึ่งการวัดที่ง่ายและน่าเชื่อถือที่สุด คือ การพิจารณาจากการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ซึ่งหากยิ่งรายได้ที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายยิ่งสูง มีความสม่ำเสมอหรือมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งสะท้อนความมั่นคงของธุรกิจ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น ผู้ร่วมทุนใหม่ หรือขอสินเชื่อธนาคาร ฯลฯ

 

ในยุคสังคมไร้เงินสด การรับเงินโดยสแกน QR Code หรือรับโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารถือเป็นเรื่องปกติและอำนวยความสะดวกสบายทั้งฝั่งลูกค้าในการจ่ายเงิน และฝั่งธุรกิจในการบันทึกและทำบัญชีได้

 

‘ยื่นภาษี’ ให้ถูกต้อง

 

มีรายได้ ย่อมต้องยื่นภาษี เพราะเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งการทำธุรกิจสามารถยื่นภาษีนามบุคคลธรรมดาได้ทันทีโดยไม่ต้องจดหรือจัดตั้งอะไรเป็นพิเศษ เช่น การซื้อมาขายไปของธุรกิจบุคคลธรรมดา มักเป็นเงินได้ 40(8) โดยตอนยื่นภาษีเดือน ม.ค.-มี.ค. และ ก.ค.-ก.ย. สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% โดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน

 

แต่หากประเมินว่าค่าใช้จ่ายของธุรกิจมากกว่า 60% ของรายได้ ก็สามารถจัดเก็บหลักฐานการจ่ายเงินหรือต้นทุนต่างๆ ที่ระบุจำนวน วันที่จ่ายเงิน และผู้รับเงิน ฯลฯ เพื่อนำมาใช้หักค่าใช้จ่ายแบบตามจริงตอนยื่นภาษีได้ โดยหลักฐานที่ว่าอาจไม่ต้องเป็นมาตรฐานก็ได้ เช่น มีสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงินและหลักฐานการจ่ายหรือโอนเงิน ก็อาจเพียงพอแล้ว

 

ให้เงินทำงาน 

 

รายได้จากธุรกิจ เป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้แรงทำเงิน ที่หากเจ็บป่วยหรือหยุดพักผ่อนรายได้ส่วนนี้จะหายไป แต่หากแบ่งเงินไปทำงานบ้าง ก็จะช่วยเพิ่มช่องทางหารายได้โดยไม่ต้องออกแรงเพิ่ม โดยเริ่มต้นได้ง่ายๆ โดย

 

  • เก็บเงินทุนของธุรกิจในทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยไม่เสียสภาพคล่องหรือเพิ่มความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนจากการใช้เงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป เป็นเงินฝากออมทรัพย์ e-Savings แทนในทุกธุรกรรม ก็ช่วยให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้นเป็น 4-6 เท่าของออมทรัพย์ทั่วไป
  • แบ่งเงินเก็บหรือเงินลงทุนส่วนตัวไปลงทุนในทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง เช่น หุ้น/กองทุนที่ลงทุนในหุ้นของธุรกิจที่แตกต่างจากธุรกิจที่ทำอยู่ (เช่น Healthcare, Technology) หุ้น/กองทุน/DR ที่ลงทุนหรืออ้างอิงหุ้นต่างประเทศที่ไม่สัมพันธ์กับธุรกิจที่ทำ ฯลฯ เพื่อกระจายทางเลือกการรับรายได้จากผลตอบแทนการลงทุน ในช่วงที่ภาพรวมอุตสาหกรรมหรือหมวดธุรกิจที่ทำกำลังประสบปัญหาได้

 

ธุรกิจส่วนตัว ที่เริ่มต้นได้ในรูปแบบบุคคลธรรมดาโดยไม่จำเป็นต้องตั้งบริษัทเสมอไป และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง การจัดการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะรายได้ธุรกิจแม้มีโอกาสเติบโตได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความไม่แน่นอนในโลกของธุรกิจเช่นกัน

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats