×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

YLG ชี้ Silver ร้อนแรง! ม.ค. 69 พุ่ง 55% ทำสถิติสูงสุด $121.64

43

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าปี 2569 ผ่านมาเพียง 1 เดือน ราคาโลหะเงิน (Silver) พุ่งขึ้นมาแล้วประมาณ 55% จากราคาเปิดตลาดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ที่ระดับ 71.58 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ราคาปรับตัวอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ระดับ 121.64 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ Silver ราคาพุ่งอย่างร้อนแรง ประกอบด้วย

 

1. กำแพงภาษีและการเมืองโลก ความไม่แน่นอน สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีใหม่ และวิกฤตความเชื่อมั่นในธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สร้างความกังวลเรื่องสงครามการค้าโลก สิ่งนี้กระตุ้นให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากการเสื่อมค่าของเงินตรา ทำให้นักลงทุนแห่มาถือ Silver ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในภาวะที่ราคาทองคำทรงตัวอยู่ในระดับสูง

 

2. Silver เป็นแร่ที่หายากและเป็นที่ต้องการของตลาด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จีนได้เริ่มใช้ระบบ ใบอนุญาตส่งออกแร่เงิน (Export Licensing) ที่เข้มงวดขึ้น เพื่อรักษาทรัพยากรไว้ใช้ในประเทศ เนื่องจากจีนเป็นผู้ถลุงและส่งออกแร่เงินรายใหญ่ของโลก มาตรการนี้จึงทำให้ซัพพลายในตลาดโลกหายไปอย่างมีนัยสำคัญ

 

3. ปัจจัยด้านเทคนิค การพุ่งขึ้นของ Silver ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ล่าสุดสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น Citigroup ประกาศปรับเป้าหมายเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 สู่ระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากเป้าหมายเดิมที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการเก็งกำไรที่รุนแรง และภาวะอุปทานตึงตัวในพื้นที่นอกสหรัฐฯ

 

ขณะเดียวกัน Silver ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่านั้น แต่กลุ่มผู้เล่นหลักที่ผลักดันให้ราคาแร่เงินปรับตัวสูงขึ้นประกอบทั้งนักลงทุนและผู้ใช้งานจริง ดังนี้

 

1. กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial Giants) กลุ่มนี้ถือเป็นผู้ใช้ Silver ในการผลิตสินค้าจริง และคิดเป็นสัดส่วน 55% ของตลาด ความต้องการ Silver จากผู้เล่นกลุ่มนี้จึงเป็นความต้องการที่แท้จริงไม่ได้ซื้อเพื่อ “เก็งกำไร” แต่ซื้อเพื่อใช้งานจริง จึงทำให้เกิดกำลังซื้อที่แข็งแกร่งมากจนเป็นฐานราคาที่มั่นคง โดยอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ Silver ได้แก่ พลังงานสะอาด เช่นกลุ่มผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ต้องใช้เงินเป็นส่วนประกอบหลักในการนำไฟฟ้า โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ความต้องการพุ่งสูงขึ้นมากตามเทรนด์ลดโลกร้อน ถัดมาคืออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) โดยพบว่ารถไฟฟ้า 1 คันใช้เงินมากกว่ารถน้ำมันปกติเกือบเท่าตัว รวมถึงอุตสาหกรรม AI & Data Centers ที่ใช้ในการผลิตชิปประมวลผล AI และโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ต้องการการนำไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม

 

2. นักลงทุนรายย่อย (Retail Investors) แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยถือว่ามีนัยสำคัญมากในปัจจุบันที่ทำให้ราคา Silver พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกที่มองว่าราคาทองคำทรงตัวในระดับสูง จึงหันมาซื้อ Silver แทน จนได้ฉายาว่า “Gold ของคนจน”  นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนรายย่อยบางกลุ่มที่ชอบเก็บ เหรียญเงิน (Physical Buyers) กลุ่มที่ชอบสะสมเหรียญเงินหายาก หรือ แท่งเงิน (Bars) ซึ่งถือเป็นการเก็งกำไรอย่างหนึ่ง รวมถึงบางกลุ่มสะสมเนื่องจากให้ความรู้สึกจับต้องได้ และให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าตัวเลขในบัญชี

 

3. กองทุน ETF (Exchange-Traded Funds) กลุ่มนี้คือ “สถาบันการเงิน” ที่ซื้อเงินจริงมาเก็บไว้เพื่อออกกองทุนให้คนมาเทรด (เช่น iShares Silver Trust หรือ SLV) โดยในช่วงต้นปี 2569 มีเงินไหลเข้ากองทุนเหล่านี้มหาศาล เพราะคนคาดการณ์ว่า Silver จะยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น

 

4. กำลังซื้อจากจีน (The China Factor) จีนเป็นทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ใช้รายใหญ่ที่สุด ล่าสุดจีนได้เริ่มกักตุนและควบคุมการส่งออก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อุตสาหกรรม EV และการพัฒนาชิป ทำให้ Silver ในตลาดโลกยิ่งขาดแคลนและราคาดีดตัวสูงขึ้น

 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนใน Silver วายแอลจี  มีบริการลงทุนผ่านตลาด TFEX เทรด Silver Futures กับ YLG Futures ค่าคอมลดเหลือเพียง 20 บาท/สัญญา จากปกติ 44.1 บาท สนใจติดต่อ 02 687 9999 ต่อ 1

 

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats