นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงนี้เกิดจากการพักตัวในระยะกลาง (ปรับฐาน) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาทองคำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ล่าสุดบริเวณ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ
คุณพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำเริ่มเคลื่อนไหวในทิศทางบวกและสะสมกำลังเพื่อไปต่อ ซึ่งวายแอลจียังยืนยันว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะพุ่งทดสอบ 5,100-5,136 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หากผ่านได้มีโอกาสมุ่งสู่ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า หากพิจารณาจากปัจจัยทางเทคนิค จะเห็นว่าทองคำยังเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกระยะทั้งสั้น-กลาง-ยาว สะท้อนถึงแรงซื้อที่มีเข้ามาต่อเนื่อง ตราบใดที่ราคาทองคำยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,640 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ได้ มีโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะพุ่งทดสอบ 5,100-5,136 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์มุ่งสู่ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ก่อนจะเกิดการปรับฐานขนาดใหญ่ เนื่องจากเริ่มมีสัญญาณเตือนในเชิงลบที่ชี้ว่าราคามีโอกาสจะพักฐาน (หรือราคาอาจย่อตัวลงชั่วคราว) เพื่อสะสมกำลังใหม่ เนื่องจากราคาตอนนี้พุ่งสูงขึ้นจนอยู่ในสภาวะ ‘ซื้อมากเกินไป’ (Overbought) ทั้งในกราฟราย 4 ชั่วโมง กราฟรายวัน และรายสัปดาห์
คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงเมื่อวานนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้เพียง 20 วันถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย แถมยังเป็นการเปิด Gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2569 เปิดมาเพียงไม่นานทองคำยังคงเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ล่าสุด (วันที่ 13 ม.ค. 2569) ราคาทองคำขึ้นไปทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งนอกจากปัจจัยหลักเดิมแล้วแต่ปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นสำคัญมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับโซนละตินที่ระอุต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และการเข้าซื้อของธนาคารกลางเพื่อความมั่นคงและปูทางสู่ Dedollarization อย่างไรก็ดีนอกจากปัจจัยดังกล่าวยังมีปัจจัยใหม่สำคัญที่สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีที่สุดในการลงทุนทองคำ หากนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทองคำอย่างใกล้ชิดจะสามารถหาจังหวะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แม้ว่าเทรนด์ทั้งปีที่ผ่านมาทองคำจะเป็นขาขึ้นแต่ก็มีจังหวะย่อต่อเพื่อให้ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออยู่หลายครั้ง หากพิจารณาจากข้อมูลพบว่าต้นปี 2568 ที่ผ่านมาราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ระดับสูงเกินไปแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่ต่อไปอีกหลายครั้ง