คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงเมื่อวานนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้เพียง 20 วันถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย แถมยังเป็นการเปิด Gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2569 เปิดมาเพียงไม่นานทองคำยังคงเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ล่าสุด (วันที่ 13 ม.ค. 2569) ราคาทองคำขึ้นไปทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งนอกจากปัจจัยหลักเดิมแล้วแต่ปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นสำคัญมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับโซนละตินที่ระอุต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และการเข้าซื้อของธนาคารกลางเพื่อความมั่นคงและปูทางสู่ Dedollarization อย่างไรก็ดีนอกจากปัจจัยดังกล่าวยังมีปัจจัยใหม่สำคัญที่สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าล่าสุดการรายการการเข้าซื้อทองคำในเดือนตุลาคม ของธนาคารกลางที่ยังคงแข็งแกร่งมียอดรวม 53 ตัน เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการทองคำของธนาคารกลางในปี 2568 มีความแข็งแกร่งตลอดทั้งปี แม้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม จะเป็นอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับสามปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากราคาทองคำที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าเทรนด์การซื้อทองคำของธนาคารกลางจะยังคงอยู่ในทิศทางการเข้าซื้อต่อไป
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากหลายปัจจัยประกอบด้วยตลาดคาดการณ์ว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 80% จาก 50% ภายในหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาด ตลาดจึงคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มจะกลับไปใช้นโยบายผ่อนคลายมากขึ้น
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าทองคำยังได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางจีน (Public Bank of China) ที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมาว่าได้เพิ่มการถือครองทองคำขึ้นเป็น 74.09 ล้านทรอยออนซ์ ในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ถือครองอยู่ที่ 74.06 ล้านทรอยออนซ์ และเป็นการเข้าซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน สะท้อนว่าความต้องการทองคำของเหล่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับกระแสลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization) เป็นส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเร่งตัวของแรงซื้อทองคำจากบรรดาธนาคารกลางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง นับจากปี 2565 – 2567 ธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำมากกว่า 1,000 ตันต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2553 – 2564 ที่ 478 ตันกว่า 2 เท่า
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า YLG ยังมองว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นอย่างน้อย 2 ปี เนื่องจากปัจจัยบวกสำคัญหลายด้านยังแข็งแกร่ง ทั้งการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า แต่ปัจจัยที่สำคัญในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้น้ำหนักจะอยู่ที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งหากดูจากสถิติในช่วงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแต่ละครั้งพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไปในทิศทางเดียวกัน หากพิจารณาย้อนหลังนับตั้งแต่ปี 2542 ถึงปัจจุบัน พบว่าเกิดวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด 4 รอบ ดังนี้