×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

รู้อะไรไม่สู้ “รู้งี้”

4,182

 

“รู้งี้ ซื้อ LTF ตั้งแต่ต้นปีดีกว่า ไม่น่าเลย”

 

ประโยคอมตะ ที่จะได้ยินถี่ขึ้นเมื่อใกล้สิ้นปี ขณะเดียวกันบรรยากาศที่คุ้นชินหนีไม่พ้นภาพยืนต่อแถวรอคิวเพื่อซื้อ LTF (รวมถึง RMF) ตามสาขาแบงก์ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ที่สำคัญทุกคนยินดี “ซื้อของแพง”

 

“ซื้อ LTF, RMF ตอนไหนดี” เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยมากไม่ต่างไปจาก “ซื้อหุ้นตัวไหนดี” ซึ่งคำถามนี้ควรลดลงและจางหายไป เพราะว่า LTF และ RMF เป็นการลงทุนระยะยาว และขายออกไม่ได้ถ้ายังไม่ถึงเวลาขาย ถึงแม้จะเห็นกองทุนที่ซื้อไปเมื่อปีที่แล้วสร้างผลตอบแทนสวยหรูขนาดไหนก็ตาม ถ้าอยากขายปลายปีนี้ก็ขายไม่ได้ 

 

ดังนั้น หากนักลงทุนสามารถลงทุนได้ในลักษณะทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือเรียกว่า Dollar Cost Average (DCA) จะมีความเหมาะสม ถึงแม้ว่าการทยอยลงทุนจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด หากมองถึงเรื่องผลตอบแทน แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดถ้ามองเรื่องการบริหารความเสี่ยง

 

การลงทุนแบบ DCA หรือใส่เงินเข้าไปเท่ากัน เช่น ทุกๆ เดือน ทุกๆ ไตรมาส ทำให้ต้นทุนจะเฉลี่ยไปเท่าๆ กัน ที่สำคัญสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่กล้าใส่เงินเข้าไปใน LTF หรือ RMF มากๆ และค่อนข้างระมัดระวังในการลงทุน วิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

ถึงแม้ว่าการทยอยลงทุนไม่สามารถบอกได้ว่าจะกำไรทุกครั้ง แต่บอกได้ว่าต้นทุนการลงทุนต่ำกว่าต้นทุนตลาด ทำให้โอกาสขาดทุนลดน้อยลงไป พูดง่ายๆ นักลงทุนไม่ควรรอซื้อ LTF หรือ RMF แค่สัปดาห์สุดท้ายของทุกๆ ปี แต่ควรทยอยซื้อทุกๆ เดือน และวิธีง่ายๆ ที่สุดคือให้ บลจ. หักเงินเดือนในแต่ละเดือนไปเลย

 

การลงทุน LTF และ RMF ด้วยวิธีทยอยลงทุนเป็นวิธีที่น่าสนใจ เพราะคนที่เสียภาษีจะรู้ว่าปีนี้ตัวเองจะต้องจ่ายภาษีเท่าไร จึงรู้ว่าจะต้องลงทุน LTF และ RMF เท่าไร ก็สามารถจัดสรรเงินออมมาลงทุนได้ หากรอซื้อตอนสิ้นปีครั้งเดียว แน่นอนเงินลงทุนต้องเป็นก้อนใหญ่ และบางคนอาจจะไม่มีกำลัง เพราะหาเงินมาซื้อไม่ทัน

 

อีกมุมมอง เมื่อซื้อ LTF หรือ RMF ไปแล้ว ช่วงเดือนเมษายนของทุกๆ ปี จะได้ภาษีคืน ดังนั้นเหมือนกับว่าลงทุนไปแล้วก็จะได้ส่วนลดทันที ตามฐานภาษีที่ต้องจ่าย เช่นเดียวกันหากต้องการซื้อ LTF แต่ยังลังเลว่าควรรอให้ดัชนีหุ้นไทยย่อลงมา แต่หลายๆ ครั้งอาจจะได้แค่รอเพราะมองว่าถ้าซื้อตอนนี้อาจจะได้ “ของแพง” ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อซื้อ LTF ไปแล้วก็เหมือนกับว่าได้ส่วนลดทันที ตามฐานภาษีที่ต้องจ่าย เช่น ฐานภาษี 30% ถ้าซื้อ LTF ที่ดัชนี 1,000 จุด เหมือนซื้อหุ้นที่ต้นทุนตรงดัชนี 700 จุด (เพราะประหยัดภาษีได้ 30%)

 

แต่คำถามคือ นักลงทุนจะซื้อ LTF หรือ RMF ช่วงไหนดี เพราะถ้าสมมติว่าหุ้นไทยยังคงอยู่ในช่วงเป็นขาขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วหลักการ “ซื้อหุ้นตอนขาลง ขายตอนหุ้นขึ้น” ดูเหมือนง่ายแต่เวลาทำจริงมีความยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนกองทุนทั้งสองนี้ยิ่งเพิ่มความยากมากขึ้นเพราะว่ามีเงื่อนเวลาในการลงทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น หากนักลงทุนมัวนั่งรอให้หุ้นปรับลดลงแล้วค่อยลงทุนก็ไม่สามารถทำได้ ที่สำคัญไม่มีใครรู้ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ ตลาดหุ้นจะปรับขึ้นและลง

 

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2550 – 2559) ดัชนีหุ้นไทยขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไปมา เช่น ปี 2550 ดัชนีตอนต้นปีอยู่ที่ 659.25 จุด สิ้นปีปิด 858.10 จุด แต่มาปี 2551 ดัชนีเปิดที่ 842.97 จุด แต่สิ้นปีปิดที่ระดับ 449.96 จุด แต่ในภาพรวมแล้ว ก็ถือว่าดัชนีฯ ปรับขึ้นต่อเนื่องทุกปี

 

การลงทุนแบบทยอยลงทุนเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงความผันผวนการปรับขึ้นลงของราคาและสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น หมายความว่า LTF (รวมถึง RMF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น) มีความเหมาะสมกับวิธีแบบทยอยลงทุน ถ้าลงทุนหุ้นด้วยวิธีลงทุนแบบครั้งเดียว จะได้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อลงทุนถูกจังหวะ หมายความว่าสามารถลงทุนได้ต้นทุนต่ำที่สุด แต่ที่สำคัญก็คือ ไม่มีใครรู้ว่าจังหวะไหนที่ต่ำที่สุด!!

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories

amazon anti fatigue mats