×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

แค่แยกบัญชีก็มีเงินเก็บ

19,913

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

อยากมีเงินเก็บไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องรู้จักควบคุมและจัดสรรค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้ได้ เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยเทคนิคแยกบัญชีเงินฝากเพื่อจัดสรรและตั้งงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยแบ่งออกเป็น 4 บัญชี คือ

 

บัญชีเงินเดือน

เพื่อรอรับเงินเดือนหรือรายได้ แต่เพื่อความสะดวกสบาย คนทั่วไปจึงมักใช้เพื่อใช้จ่ายประจำวันและเป็นเงินเก็บในบัญชีเดียวกัน ทำให้การเก็บเงินเป็นเรื่องยากเพราะไม่สามารถแยกเงินทั้งสองส่วนออกจากกัน

 

เพื่อให้การเก็บเงินเป็นเรื่องง่าย แนะนำว่าให้จัดสรรเงินและโอนไปยังบัญชีเงินฝากต่างๆ ตามงบประมาณที่ตั้งไว้ เช่น บัญชีเงินเก็บ บัญชีค่าใช้จ่ายจำเป็น และบัญชีค่าใช้จ่ายประจำวัน

 

บัญชีเงินเก็บ

แนะนำให้โอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ทุกต้นเดือน อย่างน้อย 10%ของเงินเดือน เพื่อสะสมเป็นเงินเก็บของตนเองในอนาคต เช่นรับเงินเดือน 15,000 บาท ควรโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ 1,500 บาท และไม่ควรผูกบัตร ATM หรือบริการ Mobile/Internet Banking กับบัญชีนี้ เพื่อป้องกันการถอนเงินเก็บไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

 

บัญชีค่าใช้จ่ายจำเป็น

ควรโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ทุกต้นเดือนในจำนวนเท่ากับค่าใช้จ่ายจำเป็น หรือค่าใช้จ่ายที่รู้จำนวนแน่นอนในแต่ละเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายจำเป็นเหล่านี้ เช่น ค่าเช่าบ้าน/ค่าผ่อนบ้าน 4,000 บาท ค่าน้ำประปา/ไฟฟ้า/โทรศัพท์ 1,000 บาท รวมแล้วเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายแน่นอนในเดือนนี้ 5,000 บาท

 

บัญชีค่าใช้จ่ายประจำวัน

แนะนำให้โอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ทุกต้นสัปดาห์เท่ากับจำนวนเงินเฉลี่ยรายสัปดาห์ที่เหลือหลังจัดสรรเข้าบัญชีต่างๆ ข้างต้น

 

เช่น เงินเดือน 15,000 บาท หลังหักเงินเก็บ 1,500 บาท และค่าใช้จ่ายจำเป็น 5,000 บาท จะเหลือเงินเพื่อใช้จ่ายทั้งเดือน 8,500 บาท หากเฉลี่ยด้วย 5 สัปดาห์ต่อเดือนแล้ว เท่ากับว่าควรโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ทุกต้นสัปดาห์ๆ ละ 1,700 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน

 

หากเดือนใดมีไม่ถึง 5 สัปดาห์ หรือสัปดาห์ใดใช้จ่ายน้อยกว่าที่ตั้งไว้ สามารถนำเงินที่เหลือไปเป็นรางวัลให้ตนเอง เช่น ชอปปิง ดูหนัง สังสรรค์กับเพื่อน หรือโอนเข้า “บัญชีเงินเก็บ” เป็นเงินสะสมเพื่อเป้าหมายในอนาคตของตนเองได้

 

การควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยการแยกบัญชีเงินฝากที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น แต่ละคนสามารถปรับให้เหมาะสมกับตนเองได้ เช่น แยกบัญชีค่าใช้จ่ายครอบครัว บัญชีเงินลงทุน หรือเลือกใช้บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นบัญชีเงินฝากต่างธนาคารจากบัญชีหลักที่ใช้อยู่ เพราะปัจจุบันการโอนเงินต่างธนาคารมีช่องทางที่หลากหลาย สามารถเลือกช่องทางที่สะดวกและไม่มีค่าธรรมเนียมได้

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats