×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

7 ตัวช่วยลดหย่อนภาษีปี 2563

827

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ปลายปีทีไร หลายคนก็นึกถึงการลดหย่อนภาษี แม้ปีนี้เศรษฐกิจอาจฝืดเคือง เงินทองอาจหายากไปบ้าง แต่สำหรับใครที่พอมีเงินอยู่บ้างและเสียฐานภาษีสูง การลดหย่อนภาษีก็ไม่ควรมองข้าม

 

สำหรับการลดหย่อนเพื่อช่วยเก็บออม ปกป้องความมั่งคั่ง หรือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายนั้น ปัจจุบันมีอยู่ 6 ตัวช่วย ได้แก่

 

กองทุน SSF

 

ในแต่ละปีลงทุนได้ไม่เกิน 30%ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี* สูงสุด 200,000 บาท โดยเงินที่ลงทุนแต่ละครั้งต้องถือไว้อย่างน้อย 10 ปีเต็ม (วันชนวัน) โดยปีต่อๆ ไป จะลงทุนอีกหรือไม่ก็ได้

 

สามารถเลือก SSF ที่มีความเสี่ยงหรือสินทรัพย์ที่ลงทุนได้หลากหลาย ทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ฯลฯ รวมถึงเลือกกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลก็ได้

 

กองทุน SSFX 

 

ในช่วง เม.ย.-มิ.ย. 63 ที่ผ่านมานั้น ยังสามารถใช้สิทธิเพิ่มในกองทุน SSFX ซึ่งต่างจาก SSF ทั่วไปตรงที่มีนโยบายการลงทุนที่เน้นหุ้นไทยเป็นหลัก จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูง และสามารถลงทุนได้สูงสุด 200,000 บาท โดยไม่ขึ้นกับ %ของเงินได้ และไม่นับสิทธิรวมกับการลดหย่อนอื่นๆ ด้วย

 

กองทุน RMF

 

ในแต่ละปีลงทุนได้ไม่เกิน 30%ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี* สูงสุด 500,000 บาท โดยปีต่อๆ ไป ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีขั้นต่ำปีละเท่าไรก็ได้ ไปจนถึงอายุอย่างน้อย 55 ปี แต่ต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี เช่น

 

  • นาย A ลงทุน RMF ครั้งแรก ตอนอายุ 30 ปี ต้องลงทุนต่อเนื่องถึงอายุอย่างน้อย 55 ปี
  • ส่วนนาย B ลงทุน RMF ครั้งแรก ตอนอายุ 54 ปี ต้องลงทุนต่อเนื่องถึงอายุอย่างน้อย 59 ปี

 

และเลือก RMF ที่มีความเสี่ยงหรือสินทรัพย์ที่ลงทุนได้หลากหลาย คล้าย SSF

 

ประกันบำนาญ

 

ในแต่ละปีนำเบี้ยไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15%ของเงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี* สูงสุด 200,000 บาท โดยเบี้ยที่จ่ายไปจะสะสมเพื่อทยอยคืนเป็นเงินบำนาญรายปีในช่วงอายุ 55-85 ปี (ขึ้นกับแบบประกัน)

 

ประกันชีวิต

 

ในแต่ละปีนำเบี้ยไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งแบบประกันชีวิตหลักๆ ที่มักพบ ได้แก่ (a) ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่เน้นเก็บออมเพื่อให้ได้เงินก้อนที่แน่นอนตอนครบสัญญา (b) ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ที่เน้นสร้างความคุ้มครองชีวิตก้อนโตให้คนข้างหลัง

 

ประกันสุขภาพ

 

ในแต่ละปีนำเบี้ยไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท ซึ่งแบบประกันสุขภาพนั้น อาจมีได้ทั้งแบบ (a) ประกันภัย ซึ่งเป็นประกันเดี่ยว หรือ (b) สัญญาเพิ่มเติม ซึ่งต้องซื้อแนบกับประกันชีวิตหลัก เช่น ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ฯลฯ

 

ช้อปดีมีคืน

 

เฉพาะปี 2563 นี้สามารถลดหย่อนได้ตามเงินที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาท และตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เป็นการใช้จ่ายและใบกำกับกับภาษีลงวันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 63 เป็นต้น

 

ทั้งนี้คนที่ใช้สิทธิ “ช้อปดีมีคืน” ต้องไม่เคยใช้สิทธิมาตรการ “คนละครึ่ง” สำหรับคนที่มีฐานภาษี 15%ขึ้นไป เช่น เงินเดือน 60,000 บาทขึ้นไป การเลือกใช้สิทธิ “ช้อปดีมีคืน” จะได้รับเงินคืนภาษีมากกว่าผลประโยชน์จาก มาตรการ “คนละครึ่ง” ที่ได้เพียง 3,000 บาทเท่านั้น

 

วางแผนภาษีดีไม่ใช่แค่มีเงินคืน แต่ยังช่วยเพิ่มและปกป้องความมั่งคั่งจากตัวช่วยที่เลือกใช้ได้อีกด้วย

 

* เงินได้พึงประเมินทั้งปีที่เสียภาษี เช่น เงินเดือนและโบนัสที่ได้รับทั้งปี ก่อนหักภาษีหรือประกันสังคม ฯลฯ

 

** ในแต่ละปี ใช้สิทธิลดหย่อน กองทุน SSF กองทุน RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุน กบข. รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

***  ในแต่ละปี ใช้สิทธิลดหย่อน เบี้ยประกันชีวิต และประกันสุขภาพ รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

 

 

#WealthMeUp

Related Stories