×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

สินเชื่อบ้านแลกเงิน ตัวช่วยลดภาระดอกเบี้ย

1,088

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

สำหรับผู้ที่มีวินัยทางการเงิน หรือมีรายได้เพียงพอในการนำมาชำระหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดได้คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับผู้ที่เริ่มผ่อนชำระไม่ไหวอาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในเดือนถัด ๆ ไป และหากภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้นอาจทำให้มีปัญหาทางการเงินในระยะยาว

 

ถึงแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินต่าง ๆ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยให้ลูกหนี้ยื่นขอรับความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ได้ถึง วันที่ 30 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

 

ในส่วนบัตรเครดิต หากเป็นลูกหนี้ปกติก็จะเปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาวเป็น 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ และลดดอกเบี้ยไม่เกิน 12%

 

ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล เช่น บัตรกดเงินสด สามารถขอลดผ่อนขั้นต่ำตามความสามารถ เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาวเป็น 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ และลดดอกเบี้ยไม่เกิน 22%

 

อย่างไรก็ตาม มีลูกหนี้หลายคนที่ไม่ได้เข้าร่วมกับโครงการนี้เนื่องจากเหตุผลส่วนตัว จึงทำให้ต้องชำระหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูง โดยดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือ 15 – 18% ต่อปี บัตรกดเงินสด คือ ไม่เกิน 25% ต่อปี จึงยังมีภาระหนี้ในแต่ละเดือนค่อนข้างสูง ถึงแม้จะชำระขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ แต่หนี้คงค้างก็จะถูกคิดดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ ตามไปด้วย

 

สำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ๆ เช่น บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ลองมองหา “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” เป็นทางเลือกเพื่อปลดหรือลดภาระหนี้ในแต่ละเดือน

 

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

 

คือ สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับผู้ที่มีบ้าน, ทาวน์เฮาส์, คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ (สำหรับพักอาศัย) ที่ผ่อนหมดแล้วนำมาจำนองกับธนาคาร แล้วแบ่งผ่อนรายเดือน (สูงสุด 30 ปี) เพื่อนำเงินก้อนออกมาใช้จ่าย เช่น ต่อเติมบ้าน, ลงทุน หรือ ปิดหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เป็นต้น

 

ข้อดีของสินเชื่อบ้านแลกเงิน คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดอยู่ที่ระดับต่ำ โดยเฉลี่ยประมาณ 3 – 7% ต่อปี และผ่อนได้นานอาจถึง 30 ปี จึงต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เพราะมีสินทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

3 ขั้นตอน ปลดหนี้ดอกเบี้ยสูงด้วย “สินเชื่อบ้านแลกเงิน”

 

  • รวบรวม

 

รวบรวมหนี้ทั้งหมดที่ต้องการปลด เช่น มีหนี้หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด รวมทั้งสิ้น 200,000 บาท

 

  • เปรียบเทียบ

 

เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของสินเชื่อบ้านแลกเงินแต่ละธนาคาร เช่น ดอกเบี้ย กู้ได้สูงสุดเท่าไหร่ ระยะเวลาผ่อนชำระ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ (อายุ อาชีพ) รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ เป็นต้น แต่เงื่อนไขที่กำหนดเหมือนกันทุกธนาคาร คือ สามารถขอวงเงินกู้ได้สูงสุด 80 – 90% ของราคาประเมิน เช่น ราคาประเมินคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาท กู้ได้สูงสุด 900,000 บาท และหลักทรัพย์ค้ำประกันต้องปลดภาระเท่านั้น

 

  • คำนวณ

 

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินได้แล้วก็ต้องคำนวณว่าต้องการกู้เท่าไหร่ คำแนะนำคือ ควรกู้ในจำนวนที่ต้องการเท่านั้นหรือมากกว่าเพียงเล็กน้อย เช่น มีหนี้ 200,000 บาทก็ควรกู้ 200,000 – 300,000 บาทเท่านั้น

 

ตัวอย่าง อายุ 40 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เงินเดือน 30,000 ต่อเดือน มีคอนโดมิเนียม 1 ห้อง ขนาด 40 ตารางเมตร ประเมินราคาได้ 2 ล้านบาท (สามารถกู้ได้สูงสุด 1.8 ล้านบาท) ขอเลือกผ่อนชำระ 10 ปี

 

ผลลัพธ์

 

ขอกู้ 300,000 บาท ถ้าดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (10 ปี) 5.75% ต่อปี จะผ่อนต่อเดือน 3,500 บาท

 

ขอกู้ 500,000 บาท ถ้าดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (10 ปี) 5.75% ต่อปี จะผ่อนต่อเดือน 5,800 บาท

 

อย่าลืมว่า ถึงแม้จะปลดภาระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดได้ แต่ยังมีหนี้ที่ต้องจ่ายต่อไป ดังนั้น ควรมีวินัยในการชำระหนี้ ที่สำคัญควรกู้เงินจำนวนที่ต้องการเท่านั้น เพราะถ้ากู้มากจนเกินไปอาจมีภาระหนี้ในอนาคต และหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข อาจต้องถูกยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats