×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

เปรียบเทียบ "หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์"

1,035

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ปัจจัยที่ทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับมามีการซื้อขายอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก โดยมีสัดส่วน 90 – 95% ของปริมาณการผลิตทั้งหมดโดยเป็นการส่งออก ในปี 2563 สินค้าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

 

(HDD) มีสัดส่วน 29.3% ของมูลค่าส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบอื่น ๆ 21.9% แผงวงจรไฟฟ้า (IC) 19.6% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ Transistors และ Diodes 7.0% สินค้า PCB 3.6% และอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ 18.7%

 

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (27.6% ของมูลค่าส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดของไทย), ฮ่องกง (15.3%), อาเซียน (14.4%), สหภาพยุโรป (12.9%), จีน (10.5%) และญี่ปุ่น (8.7%) ดังนั้น หากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค่าเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับมาสดใสอีกครั้ง

 

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปี 2564 – 2566 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ และความสำเร็จในการคิดค้นวัคซีน COVID-19 ซึ่งทยอยฉีดให้กับประชาชนไปแล้วในหลายประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 2563 น่าจะช่วยให้สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลงโดยลำดับ ประกอบกับสต็อกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในระดับต่ำจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ของหลายประเทศ ส่งผลให้มีการกลับมาผลิตเพื่อสะสมสต็อกมากขึ้น

 

จากการประเมินดังกล่าว ทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลายเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยนับตั้งแต่ปี 2563 ราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นจากกระแสการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม คำถาม คือ การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น จะถึงขึ้นที่เรียกว่าอิ่มตัวหรือยังมีโอกาสไปต่ออีก ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาและติดตามข้อมูลข่าวสาร เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ

 

 

#WealthMeUp

 

Related Stories

amazon anti fatigue mats