×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

9 กองทุน ‘หุ้นอินเดีย’ ผลงานเด่น

602

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ถ้าพูดถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียอาจยังไม่ดีนัก เพราะเผชิญความเสี่ยงราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและกระทบกับดุลการค้าและเงินเฟ้อ แต่ถ้าดูปัจจัยพื้นฐานก็พบว่าตลาดหุ้นอินเดียยังน่าสนใจ โดยราคาในปัจจุบันถือว่าถูกพอสมควร เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี

 

ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อินเดียเปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไตรมาสปี 2565 ปราฏกว่าขยายตัว 4.1% โดยได้แรงหนุนจากอัตราการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมเกือบทั้งประเทศ การผ่อนคลายล็อคดาวน์หลังการระบาด COVID-19 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมาตรการภาครัฐเพื่อลดผลกระทบของเงินเฟ้อที่ช่วยหนุนการใช้จ่ายของประชาชน ส่งผลให้ทั้งปีงบประมาณ 2021/22 (เมษายน 2564 – มีนาคม 2565) เศรษฐกิจอินเดียขยายตัว 8.7%

 

บทวิจัย บลจ.บัวหลวง กล่าวว่าถ้ามองไปในระยะข้างหน้า คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจอินเดียจะได้รับแรงกดดันเชิงลบจากทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของทั้งธนาคารกลางอินเดีย และธนาคารกลางของประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกที่กลับมาใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงภาวะขาดแคลนอุปทานในหลายสินค้าทั่วโลก แม้ว่ามาตรการภาครัฐที่เพิ่งออกมาจะช่วยผ่อนความรุนแรงของผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหน้ามีโอกาสชะลอตัวลงจากปีนี้

 

ปัจจุบันเศรษฐกิจอินเดียได้รับแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ธนาคารกลางอินเดียต้องลดความร้อนแรงเงินเฟ้อลงด้วยการทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น ซึ่งยากต่อการเลี่ยงผลกระทบที่มีกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย นอกจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการผลิตสินค้าที่สูงขึ้น กำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง ความเสี่ยงที่เงินทุนจะไหลออกจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ทำให้การลงทุนในตลาดอินเดียในระยะสั้นจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าดูปัจจัยพื้นฐานของอินเดีย พบว่ามีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ล่าสุดธนาคารกลางอินเดีย ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.40% เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับ 6% ตามเป้าหมาย ขณะที่ปัจจุบันตลาดหุ้นซื้อขายในระดับราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) ประมาณ 18.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีซึ่งอยู่ที่ 19.4 เท่า 

 

ผู้จัดการกองทุน บลจ.บัวหลวง มีมุมมองเชิงบวกในการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย โดยเฉพาะกลุ่มการเงินและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังเห็นปัจจัยบวกในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาด Data Center ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ ภายใต้โครงการ Production-linked Incentive Schemes (PLI) ซึ่งมีวัตถุประสงค์สนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ เพื่อลดการนำเข้า เช่น กลุ่มผลิตชิ้นส่วนด้านโทรศัพท์ ยานยนต์ อุปกรณ์โทรคมนาคม และการผลิตอาหาร สิ่งทอ ยา เครื่องมือแพทย์

 

นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ให้ความเห็นว่าทำไมตลาดหุ้นอินเดียถึงน่าสนใจ คำตอบคือ ท่ามกลางความรุนแรงของการแพร่ระบาด COVID ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับความตึงเครียดจากสถานการณ์ดังกล่าว มีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามามากว่า 6,100 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนว่าขนาดเศรษฐกิจของอินเดียอาจจะขึ้นไปเป็นเบอร์ 2 ของตลาดเกิดใหม่ และสามารถเติบโตเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย

 

นอกจากนี้ อินเดียมีความโดดเด่นในเรื่อง Information & Technology โดยปัจจุบัน 20% ของบริษัทเทคโนโลยีในอินเดีย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำงาน (Outsource) ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกในเชิงตลาดแรงงาน จึงถือว่าเป็นตลาดที่มีความได้เปรียบ และกำลังก้าวเป็นตลาดโรงงานของโลก เนื่องจากต้นทุนค่าแรงที่ไม่แพง และแรงงานมีคุณภาพ แถมยังมีกำลังการผลิตค่อนข้างมาก

 

ปัจจุบันมีกองทุนรวมหุ้นอินเดียที่นำเสนอจาก บลจ.ไทย จำนวน 28 กองทุน โดยสังเกตว่าในปีนี้ (1 มกราคม – 6 พฤษภาคม 2565) ผลตอบแทนทุกกองทุนติดลบ แต่ถ้ามองผลตอบแทนในระยะยาว ตั้งแต่ 1 ปีเป็นต้น พบว่ามีหลายกองทุนที่ผลงานโดดเด่น สะท้อนให้เห็นว่าถ้าต้องการผลตอบแทนที่ดีกับการลงทุนตลาดหุ้นอินเดียผ่านกองทุนหุ้นที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats