×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

กลยุทธ์ Buy the Dip ทำอย่างไรให้ได้ผล

496

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ในโลกของการลงทุน มีกลยุทธ์ลงทุนให้นักลงทุนเลือกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เน้นหุ้นมูลค่า เน้นหุ้นเติบโต เน้นปัจจัยพื้นฐาน เน้นใช้เครื่องมือทางเทคนิค เน้นเก็งกำไร และหนึ่งในนั้น คือ Buy the Dip

 

Buy the Dip เป็นวลีทั่วไปที่นักลงทุนได้ยินหลังจากที่สินทรัพย์ลงทุนมีราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้น และหลังจากราคาสินทรัพย์ลงทุนปรับลดลงจากระดับที่สูง ทำให้นักลงทุนกลุ่มหนึ่งประเมินว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุน ดังนั้น กลยุทธ์นี้จึงเหมาะกับการเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับลดลง และคาดหวังว่าราคากำลังปรับขึ้น

 

สำหรับข้อจำกัดของกลยุทธ์ Buy the Dip คือ ไม่รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จหรือได้กำไร เพราะราคาสินทรัพย์ลงทุนอาจปรับลดลงได้อีก เช่น ประเมินว่าราคาหุ้น XYZ ปรับลดลงสู่ระดับ 10 บาทและประเมินว่าเป็นจุดต่ำสุดแล้วจึงเข้าซื้อเพราะมั่นใจว่าจากนี้ไปจะปรับขึ้น แต่ผลปรากฏว่าราคาหุ้นกลับลดลงต่อเนื่องจากปัจจัยลบต่าง ๆ เช่น ยอดขายยังไม่ฟื้น ระดับหนี้สินอยู่ในระดับสูง ผลประกอบการขาดทุนสุทธิ หรือไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งกลับคืนมาได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ขาดทุน

 

ดังนั้น หากใช้กลยุทธ์ Buy the Dip ต้องมีกลยุทธ์จำกัดความเสี่ยงควบคู่ด้วยเสมอ คือ กลยุทธ์ Stop Loss หมายถึง จุดขายเพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนมากยิ่งขึ้น เช่น ซื้อหุ้น XYZ ที่ราคา 10 บาท เพราะมั่นใจเป็นราคาต่ำสุดแล้ว ผลปรากฏว่าราคากลับปรับลดลงต่อเนื่อง ดังนั้น นักลงทุนต้องกำหนดจุด Stop Loss เอาไว้เสมอ เช่น ถ้าราคาหุ้นปรับลดลง 8 บาท ก็เป็นจุด Stop Loss เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ควรใช้กลยุทธ์ Buy the Dip สินทรัพย์ลงทุนที่มีสภาพคล่อง เช่น หุ้นขนาดใหญ่ มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เพราะการที่ราคาหุ้นเหล่านี้ปรับลดลงอาจมาจากสภาวะตลาดโดยรวม แต่หากมองปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งและไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น เมื่อตลาดโดยรวมได้รับปัจจัยบวกจะทำให้ราคาหุ้นเหล่านี้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะกลยุทธ์นี้เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น เพราะในบางจังหวะอาจเห็นราคาหุ้นปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าพลาดจังหวะนี้อาจทำให้พลาดโอกาสทำกำไรได้เช่นกัน

 

จะว่าไปแล้ว กลยุทธ์ Buy the Dip ไม่มีความซับซ้อน เพียงแค่ก่อนตัดสินใจใช้กลยุทธ์นี้ ควรศึกษาภาพรวมของตลาดว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร มีผลกระทบต่อธุรกิจของหุ้นที่กำลังสนใจมากน้อยแค่ไหน จากนั้นดูปัจจัยพื้นฐานของหุ้น เช่น งบการเงิน แนวโน้มการเติบโต อ่านบทวิจัย ศึกษาความเห็นนักวิเคราะห์ และดูจังหวะที่สะสมในการเข้าลงทุน ถ้าทำได้ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ไม่ยาก

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats