×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

6 กองทุนรวมตราสารหนี้ ผลตอบแทน 1–3 ปี กำไรล้วนๆ

951

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ถ้าประเมินว่าเศรษฐกิจถดถอยมาแน่ในปี 2566 การแบ่งเงินไปลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ถือเป็นการกระจายการลงทุนพร้อมๆ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและไม่มีความแน่นอน

 

จากนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ภาพการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและทำให้การลงทุนในตราสารหนี้น่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเสี่ยงที่ต่ำ ขณะเดียวกันมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในระดับที่ดี

 

ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อยู่ในระดับสูงกว่า 4% ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวคาดว่าเป็นระดับที่รับข่าวที่เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแตะระดับ 5% ในปี 2566 ไปมากพอสมควรแล้ว 

 

นอกจากนี้ ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 ตามที่นักวิเคราะห์ นักลงทุนทั่วโลกคาดเอาไว้ ทำให้เฟดมีความจำเป็นที่ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ราคาตราสารหนี้รวมทั้งพันธบัตรระยะกลางถึงระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างกำไรอีกต่อหนึ่งสำหรับการเข้าลงทุนในตราสารหนี้

 

ถ้าประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาน่าจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 การลงทุนในช่วงนี้จึงควรมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีเพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้วยการอาศัยจังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นมาสูงที่ระดับกว่า 4% โดยเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่มีเครดิตเรตติ้งสูงๆ เช่น A ขึ้นไป และอายุตราสารหนี้ระยะปานกลาง (ประมาณ 3-5 ปีขึ้นไปเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในช่วง 1 ปีข้างหน้า และยังเป็นการกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุนอีกด้วย

 

สำหรับกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นกู้ ก็ให้พิจารณาหุ้นกู้ที่มีอายุครบกำหนดสั้นๆ และมีคุณภาพที่ดีเพื่อทำให้มีความเสี่ยงจากการลงทุนลดต่ำลง เช่น พิจารณาส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากพันธบัตรรัฐบาล (Credit Spreads) ของหุ้นกู้นั้นๆ

 

ถ้า Credit Spreads ยิ่งมาก แปลว่า ตราสารนั้นยิ่งมีความเสี่ยงที่มากและมีคุณภาพที่ต่ำ อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่จะเจอบริษัทล้มละลายหรือไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้นั้นยังมีน้อยในปัจจุบัน ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ยังได้รับผลตอบแทนที่ดีและความเสี่ยงต่ำ

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats