×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

8 หุ้น VALUATION ถูก ราคาน่าสนใจ

448

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Facebook | Line Youtube | Instagram

 

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมปี 2566 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,576.67 จุด จากนั้นดัชนีหุ้นปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยลบต่าง ๆ เช่น เงินไหลออกไปลงทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากผลตอบแทนที่ดีและความเสี่ยงต่ำ นโยบายรัฐบาลยังไม่ชัดเจน และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเรสไตน์ โดยเมื่อ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,419.76 จุด 

 

คำถามตามมา คือ เมื่อไม่มีปัจจัยบวก ตลาดหุ้นไทยจะสามารถปรับขึ้นไปได้หรือไม่ ประเด็นนี้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินว่าหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว แต่คาดว่าการปรับขึ้นจะยังถูกจำกัด เนื่องจากมีปัจจัยลบที่ต้องติดตามจากความรุนแรงในตะวันออกกลาง ความกังวลเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง และรอดูการประกาศงบการเงินประจำไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน

 

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส มีความเชื่อพื้นฐานหนึ่งว่ามูลค่า (Valuation) ของหุ้นที่ถูกมากเกินไปจะเป็นตัวดึงดูดแรงซื้อของนักลงทุนเข้ามา เมื่อปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐานเอื้ออำนวย โดยภาวะตลาดในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับถูก สังเกตจาก Market Earning Yield Gap ที่อยู่ระดับ 3.8% ขณะที่ P/BV Ratio อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนประกาศซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) เพิ่มมากขึ้น 

 

จากข้อมูลดังกล่าว มีโอกาสสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยลบที่เข้ามารบกวนบรรยากาศการลงทุนจึงยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนที่เหมาะสม คือ เลือกหุ้นลงทุน (Selective Buy) โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง, Valuation ถูก, ราคาหุ้นน่าสนใจ และหุ้นมีสภาพคล่องสูง

 

การดำเนินธุรกิจที่ดี ธุรกิจควรสร้างกำไรสุทธิให้เติบโตต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะแสดงถึงความสามารถในการบริหารงาน ทั้งในด้านการควบคุมต้นทุนการผลิต การตลาด การแข่งขัน ระดับหนี้สิน และความเอาใจใส่ของทีมผู้บริหารต่อการดำเนินธุรกิจ ในเบื้องต้นบริษัทที่ดีที่น่าลงทุนควรมีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง ติดต่อกันหลายปี ที่สำคัญควรมาจากการขายสินค้าและบริการหลักของบริษัท ซึ่งจะส่งผลดีกับบริษัทในระยะยาว เพราะเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นประจำ อีกทั้ง บริษัทควรมีเงินสดในมือเป็นบวก เพื่อช่วยให้มีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

 

สำหรับหุ้น Valuation ถูก สามารถดูจาก P/BV Ratio (อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี) ซึ่งจะบอกว่าหุ้นถูกหรือแพง หากหุ้นราคาหุ้นปรับลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี ค่า P/BV Ratio จะต่ำกว่า 1 เท่า ดังนั้น ยิ่งซื้อหุ้นได้ต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีมากเท่าไหร่ยิ่งดี (P/BV Ratio ต่ำ) แสดงว่าสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีของบริษัท

 

ขณะเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยในการขายหุ้น (เมื่อซื้อหุ้นไปแล้ว) ควรเน้นลงทุนหุ้นที่มี Free Float สูง เพราะเป็นหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยถืออยู่ในสัดส่วนสูง จึงมีสภาพคล่องสูงซึ่งช่วยให้สามารถซื้อขายได้อย่างคล่องตัว

 

ถึงแม้ว่าในสถานการณ์ไม่มีความแน่นอนพร้อมปัจจัยลบต่าง ๆ แต่หากเลือกหุ้นที่เหมาะสมและลงทุนในจังหวะที่ดี ย่อมมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats