ครั้งแรกในไทย! เปิดตัวบทวิจัย ‘KCMA’ เข็มทิศช่วยจัดพอร์ตลงทุนระยะยาว
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
KAsset x J.P. Morgan เปิดตัวบทวิจัย ‘KCMA’
บลจ.กสิกรไทย เปิดตัวบทวิจัย “KAsset Capital Market Assumptions” (KCMA) ประจำปี 2568 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับ J.P. Morgan Asset Management เพื่อนำเสนอมุมมองเชิงลึกที่ครอบคลุมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ผลตอบแทน และความเสี่ยงของสินทรัพย์กว่า 100 ประเภท ในระยะเวลา 10-15 ปีข้างหน้า พร้อมด้วยกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และโซลูชันการลงทุนตามช่วงอายุ (Life Path Solutions) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) กล่าวว่า งานวิจัยนี้เผยให้เห็นถึงเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างหลายประการ เช่น ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ และภาระหนี้ครัวเรือนสูง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อผลตอบแทนการลงทุนในตลาดการเงิน ทั้งในและต่างประเทศ
ดังนั้น เพื่อต่อยอดจากบทวิจัย “Long-Term Capital Market Assumptions” (LTCMAs) ของ J.P. Morgan Asset Management ที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน บลจ.กสิกรไทย จึงได้พัฒนาบทวิจัย “KAsset Capital Market Assumptions” (KCMA) ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนไทยโดยเฉพาะ บทวิจัยนี้ครอบคลุมแนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวในอีก 10-15 ปีข้างหน้าอย่างครบถ้วน รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และผลตอบแทนของสินทรัพย์กว่า 100 ประเภททั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ บทวิจัย KCMA เป็นผลงานที่เกิดจากความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานร่วมกันของทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน จาก 4 ทีมบริหารการลงทุนหลักทั้งจาก บลจ.กสิกรไทย และ J.P. Morgan Asset Management
“บทวิจัย KCMA จัดทำขึ้นเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงทุนสถาบัน ผู้จัดการกองทุน และที่ปรึกษาทางการเงิน สามารถจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation) และการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทย ได้นำกรอบบทวิจัยมาใช้ในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนแบบกระจายในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น กองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series และการวางแผนการจัดสรรสินทรัพย์ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกลุ่มช่วงอายุของสมาชิก (Life Path Solution) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างยั่งยืน” นายวินกล่าว
ข้อมูลจากบทวิจัย ‘KCMA’ ที่น่าสนใจ
- การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงในกลุ่มประเทศ G7 จะเกิดจากการขยายกำลังการผลิต การลงทุนในเทคโนโลยี และการปรับปรุงผลผลิต ซึ่งตัวแปรสำคัญคือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับกลาง-สูง และมาตรการกระตุ้นทางการคลัง
- อัตราผลตอบแทนคาดหวังสำหรับหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2025 = 6.7% ซึ่งต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย เนื่องจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นและการปรับมูลค่าหุ้น
- การเติบโตของ GDP ไทย จะมีอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ซึ่งคาดว่าจะทำให้การเติบโตที่เป็นไปได้ในอีก 10-15 ปีข้างหน้าลดลงเหลือ 2.4% ขณะที่ประชากรสูงวัยจะเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อแนวโน้มนี้
- แม้ว่าคาดการณ์การเติบโตของประเทศไทยต่ำลง แต่ผลตอบแทนพันธบัตรไทย 10 ปี คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับระดับที่เคยเป็น ประมาณ 2.8% ส่วนผลตอบแทนที่คาดหวังจากหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 5%
- ขณะที่ตราสารหนี้สหรัฐฯ (Investment Grade) อัตราผลตอบแทนคาดหวังในอีก 10-15 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ 3.9% ส่วนผลตอบแทนคาดหวังหุ้นสหรัฐฯ ในอีก 10-15 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 5.5%
สุดท้ายนี้ นายวิน พรหมแพทย์กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดตัวบทวิจัย KCMA ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการลงทุนในประเทศไทย ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากบทวิจัยนี้สามารถเป็นแนวทางในการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว