‘ประกันสังคม’ มีเงินบำนาญแบบไม่ต้องเสี่ยง
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
รู้หรือไม่? ‘เงินบำนาญประกันสังคม’ ที่หลายคนมองข้าม สามารถเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงหลังเกษียณได้…เทียบเท่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนถึง 5.97% – 9.37% ต่อปี แบบไม่ต้องกลัวขาดทุน

เงินบำนาญประกันสังคม ได้เดือนละเท่าไหร่?
เมื่อตอนเกษียณอายุ (อายุ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) หากจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมา 180 เดือน หรือ 15 ปีเต็มขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญอย่างน้อย 20% ของฐานเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย และเพิ่มอีก 1.5% ของทุก 1 ปีเต็มที่จ่ายประกันสังคมมาเกิน 15 ปี โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน
เช่น เงินเดือน 15,000 บาท จ่ายประกันสังคมมา 25 ปี ก่อนที่เกษียณอายุ จะได้เงินบำนาญในอัตรา 20% + [(25 ปี – 15 ปี) x 1.5%] = 35% ของฐานเงินเดือน 15,000 บาท หรือเดือนละ 5,250 บาท ดังนั้นยิ่งจ่ายประกันสังคมนาน เงินบำนาญที่ได้จะยิ่งสูง

ลงทุนผลตอบแทนเท่าไหร่? ถึงได้เงินบำนาญที่เท่ากัน
ตัวอย่างเงินบำนาญ สำหรับคนที่จ่ายประกันสังคม 25 ปี จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 5,250 บาท หรือปีละ 63,000 บาท
ซึ่งหากทยอยลงทุนปีละ 9,000 บาททุกปี (เดือนละ 5% ของฐานเงินเดือน 15,000 บาท) เป็นเวลา 25 ปี ตอนอายุ 36-60 ปี และทยอยถอนออกปีละ 63,000 บาท (เดือนละ 5,250 บาท) เป็นเวลา 20 ปี ตอนอายุ 61-80 ปี ต้องลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.72% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 45 ปี (อายุ 36-80 ปี) ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับกองทุนผสมหรือกองทุนหุ้น ซึ่งผ่านมาระหว่างการลงทุนอาจมีผลขาดทุน 20% – 50% ให้เห็นได้เป็นเรื่องปกติ
แต่หากต้องการเงินบำนาญที่นานขึ้น เช่น อายุยืนถึงอายุ 90 ปี ด้วยเงินลงทุนเท่าเดิม (9,000 บาท x 25 ปี) ต้องลงทุนในทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 8.31% ต่อปี ในขณะที่ประกันสังคมยังคงมีเงินบำนาญให้ตลอดอายุขัยหรือจนกว่าจะเสียชีวิตนั่นเอง

เพิ่มเพดานเงินสะสม เพิ่มเงินบำนาญ
จากข่าวเมื่อ ธ.ค. 67 ที่ประกันสังคม มีแผนเพิ่มเพดานฐานเงินเดือน
- ปี 2569-2571 ฐานเงินเดือนสูงสุด 17,500 บาท หรือสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท
- ปี 2572-2574 ฐานเงินเดือนสูงสุด 20,000 บาท หรือสมทบสูงสุดเดือนละ 1,000 บาท
- ปี 2575 เป็นต้นไป ฐานเงินเดือนสูงสุด 23,000 บาท หรือสมทบสูงสุดเดือนละ 1,150 บาท
ส่งผลให้เงินบำนาญหลังเกษียณที่ได้รับจะสูงขึ้น เช่น จ่ายประกันสังคม 25 ปี จะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 8,050 บาท หรือปีละ 96,600 บาท เช่น คนที่เกิดปี 2519 หากเริ่มจ่ายเงินประกันสังคมเดือนละ 750 บาท ตอนอายุ 36 ปี ซึ่งจะทยอยจ่ายสมทบเพิ่มขึ้นในปี 2569 หรือตอนอายุ 50 ปี และจ่ายสูงสุดเดือน 1,150 บาท ตอน 5 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณ เงินบำนาญที่ได้รับเดือนละ 8,050 บาท หรือปีละ 96,600 บาท เทียบเท่าการนำเงินสมทบที่เท่ากันไปลงทุนที่ผลตอบแทน 9.37%ต่อปีเลย

อยากเกษียณสุข ต้องอย่าหยุดแค่ประกันสังคม
แม้ผลประโยชน์เงินบำนาญ อาจเทียบเท่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 5.97% – 9.37% ต่อปี แต่ด้วยเงินบำนาญเดือนละ 3,000-11,845 บาท (ปีละ 36,000–142,140 บาท) เชื่อว่ายังคงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่แพงขึ้นทุกปี
การลงทุนผ่านกองทุนรวม และกองทุนลดหย่อนภาษีเต็มสิทธิ 30% ของรายได้ สูงสุดปีละ 300,000-500,000 บาท จะช่วยให้มีเงินใช้จ่ายหลังเกษียณที่มากขึ้นได้
เช่น ลงทุนเดือนละ 10,000 บาท ในกองทุนลดหย่อนภาษีที่เป็นกองทุนผสม ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี ตลอดช่วงอายุ 36-60 ปี จะสามารถทยอยถอนในช่วงอายุ 61-80 ปี (ยังลงทุนต่อในกองทุนผสม) ได้เดือนละ 36,200 บาท หรือประมาณ 3.6 เท่า ของเงินที่ลงทุนไปในแต่ละเดือน
เงินสมทบเดือนละ 750 บาท นอกจากเงินบำนาญหลังเกษียณแล้ว ผู้ประกันตนยังได้รับประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น นำเงินสมทบไปลดหย่อนภาษี หากมีบุตรสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ 15,000 บาท และค่าสงเคราะห์บุตรอีกเดือนละ 800 บาท จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ เป็นต้น ประกันสังคมจึงเป็นตัวช่วยทางการเงินที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิดไว้