ส่องบันทึกรับ-จ่าย เราใช้เงินไปกับอะไรบ้าง?
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
ชวนทุกคนมาส่องบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตัวเอง ว่าใช้จ่ายไปกับอะไรมากที่สุด เป็นสิ่งจำเป็นหรือของฟุ่มเฟือย…สุดท้ายแล้วเรามีเงินเหลือหรือเงินขาด?
หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า สงสัยจัง เงินหายไปไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาววัยทำงานที่หลังเงินเดือนออกแค่ไม่กี่วัน แต่เงินในบัญชีกลับหายเกลี้ยงไปซะเฉยๆ พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเงินหายไปไหน ไม่ว่าเราจะมีเงินเดือนหลักหมื่นหรือเรือนแสน แต่หากขาดการวางแผนจัดการเงินทองที่ดี เงินเดือนก็จะเป็นแค่ตัวเลขที่ผ่านมาทักทายบัญชีเงินฝาก แล้วก็จากไปไม่ร่ำลากัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้ทุกเดือน ถึงเวลาที่จะรื้อ ปรับ ขยับวิถีชีวิตแบบเดิมๆ พร้อมเริ่มต้นวางแผนใช้จ่ายเงินกันแล้ว!
อันดับแรก…เราต้องสะกดรอยตามเงินให้เจอด้วยการ “จดบันทึกรายรับรายจ่าย” อย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ได้รับเงินมาหรือใช้เงินไป ไม่ว่าเงินก้อนนั้นจะเล็กน้อยขนาดไหนก็ตาม ยิ่งเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันบันทึกรายรับรายจ่ายมากมายให้เลือกใช้บนมือถือ ทำให้สะดวกขึ้นสุดๆ เพราะเราสามารถจดได้ทุกที่ทุกเวลา
เริ่มด้วยการจดตัวเลขรายได้ที่ได้มาในแต่ละวัน สัปดาห์ หรือเดือนลงไป ทั้งเงินเดือน ค่าเช่า ค่านายหน้า โบนัส รวมถึงรายได้ที่เป็นรายการพิเศษต่างๆ อย่างเงินคืนภาษี เงินคืนจากประกันชีวิต หรือเช็คของขวัญในโอกาสต่างๆ
คราวนี้ลองมาดูฝั่งค่าใช้จ่ายกันบ้าง โดยควรแบ่งหมวดหมู่เป็น 3 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุน ค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายผันแปร เพื่อให้ง่ายในการวางแผนจัดการต่อไป
- ค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุน
คือ ค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ต้องกันไว้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการจ่ายเพื่อตัวเองในการเดินตามความฝันหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น เงินออมเพื่อดาวน์รถ ดาวน์บ้าน ท่องเที่ยว แต่งงาน ค่าเล่าเรียนลูก หรือเงินออมเพื่อเกษียณอายุ ที่สำคัญ… อย่าลืมแยกบัญชีเงินออมและลงทุนออกจากบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อป้องกันความสับสนและเผลอถอนเงินออมออกมาใช้
- ค่าใช้จ่ายคงที่
คือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนทุกเดือน เช่น ค่าผ่อน (เช่า) บ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเบี้ยประกัน ค่าผ่อนสินค้า หรือเงินกู้ต่างๆ
- ค่าใช้จ่ายผันแปร
คือ ค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนไม่เท่ากันในแต่ละเดือน มีบ้าง ไม่มีบ้าง ไม่แน่นอน ยืดหยุ่นไปตามกิจกรรมที่ทำในเดือนนั้นๆ ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะการดำรงชีวิตของแต่ละคน เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล บันเทิงเริงใจ เงินทำบุญ
หลังจาก จด จด จด สะกดรอยตามเงินครบ 4 สัปดาห์ ลองบวกลบคูณหารค่าใช้จ่ายทั้งหมดในเดือนนั้น แล้วเราก็จะเห็น “รูรั่ว” ของกระเป๋าสตางค์อย่างชัดเจนว่าเงินหายไปไหนหมด!
เมื่อมีเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป ยังพอมีหนทางแก้ไขสถานการณ์ได้ ทางแรกคือ “ลดรายจ่าย” อีกทางคือ “เพิ่มรายได้” ซึ่งทางเลือกที่น่าจะง่ายกว่าก็คือ “การหั่นรายจ่ายผันแปรที่ไม่จำเป็น” อย่างการซื้อของฟุ่มเฟือย ลดการเที่ยวเตร่ ดูหนังฟังเพลง หรือทานอาหารนอกบ้านให้น้อยลง ฯลฯ ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์มักจะตัดออกไม่ค่อยได้ ทำได้แค่ลดปริมาณการใช้ลง และเอาบิลไปจ่ายให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันค่าปรับจากการชำระล่าช้าเท่านั้น
เชื่อเถอะว่า…การจดบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นประจำ นอกจากจะทำให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เป็นต้นเหตุของปัญหาแล้ว ยังช่วยให้เราปรับวิธีใช้จ่ายเงินและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อค่าใช้จ่ายน้อยลง เราก็จะมีเงินเหลือออมมากขึ้น

















