×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

เงินสำรองฉุกเฉิน = เสาเข็มบ้าน แม้มองไม่เห็น แต่ถ้าไม่มีแล้วอยู่ไม่ได้

64

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram

 

สรุป Highlight สำคัญจาก Session : The Pathway to Financial Freedom ถอดสูตรลับ ใช้แรงทำเงิน ให้เงินทำงาน ในงานลงทุนแมน SUMMIT 2026 โดย

 

  • โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ , Money Coach
  • คุณแอนนาเบล คชนันท์ , Annabel – Your Wealth Architect
  • คุณเฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี , Wealth Me Up 

 

‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ สำคัญแค่ไหน แล้วเมื่อไหร่ถึงเรียกว่าฉุกเฉิน?

 

‘เงินสำรองฉุกเฉิน = เสาเข็มของบ้าน แม้มองไม่เห็นและไม่ได้หวือหวา แต่ถ้าไม่มีแล้วอยู่ไม่ได้’ – เฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี –

 

หลายคนคิดว่าเงินเดือน คือความมั่นคง แต่ในความเป็นจริง เงินสำรองฉุกเฉินต่างหาก คือเกราะป้องกันที่ทำให้ชีวิตขับเคลื่อนไปได้เมื่อมีวิกฤต และป้องกันไม่ให้เราต้องพึ่งหนี้นอกระบบ 

 

แล้วเราควรมีเงินสำรองเท่าไหร่? คุณแอนนาเบล บอกว่า สูตรเบื้องต้นที่เราเคยได้ยิน 3-6-12 เดือน อาจไม่สามารถใช้กับทุกคนได้ ขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่และทักษะในการหางานใหม่ อย่างคนเพิ่งเริ่มทำงานภาระน้อย มี 3 เดือนอาจพอรอด แต่คนอายุ 40 ขึ้นไปหรือเงินเดือนสูง ซึ่งหางานใหม่ได้ยาก อาจต้องสำรองไว้ถึง 1-2 ปี

 

แล้วเมื่อไหร่ถึงเรียกว่าฉุกเฉิน? โค้ชหนุ่ม บอกว่านิยามคำว่า ‘ฉุกเฉิน’  หมายถึงเหตุการณ์คอขาดบาดตาย เช่น ตกงาน หรือป่วยหนักเกินวงเงินประกัน ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินจากการอยากไปเที่ยวต่างประเทศหรือไปคอนเสิร์ต อย่างนี้ไม่เรียกว่าฉุกเฉิน และเราก็ควรมองการเงินเป็น 3 มิติ

 

1. สภาพคล่อง >> เงินใช้จ่ายประจำวัน

2. ความเสี่ยง >> การรับมือเหตุไม่คาดฝัน

3. ความมั่งคั่ง >> เงินเพื่ออนาคตจากการเก็บออม/ลงทุน

 

3 สมการความมั่งคั่ง ‘เงินต้น-ผลตอบแทน-เวลา’

 

‘ช่วงแรกของการทำงาน 20-40 ปี อยากให้ใช้แรงของเราหาเงินให้ได้มากที่สุด เรายังมีแรงทำงาน หาให้ได้เยอะ แล้วจะทำให้ตัวคูณหรือเงินต้นเราเพิ่มขึ้น เหนื่อยน้อยลง’ – โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ –

 

‘เงินต้น-ผลตอบแทน-เวลา’ เมื่อถามว่า อะไรคือตัวแปรสำคัญที่สุดในการสร้างความมั่งคั่ง โค้ชหนุ่มมองว่า ‘เงินต้น’ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะเราควบคุมได้เองจากการขยันหาและออม เงินต้นที่มากพอจะช่วยสร้างผลตอบแทนเป็นเงินก้อนใหญ่และสร้างโมเมนตัมให้พอร์ตโตเร็วได้ ส่วนระยะเวลา ช่วยเรื่องพลังดอกเบี้ยทบต้น แต่อาจเป็นอุปสรรคหากเราขาดวินัย และไม่สามารถทนความผันผวนช่วงตลาดหุ้นเกิดวิกฤตจนยอมเทขายขาดทุน

 

ส่วนคุณแอนนาเบล มองว่า ‘ผลตอบแทน’ เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากเราไม่เข้าใจเรื่องการลงทุนและความเสี่ยง การมองหาแต่ผลตอบแทนสูงๆ แล้วถ้าไม่มีความรู้ความเข้าใจ เงินต้นก็อาจสูญหายได้

 

คุณเฟิร์นเสริมว่า ทั้ง 3 สมการนี้ต่างสำคัญหมด แต่จะสำคัญมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ช่วงเวลา อย่างในช่วง 10 ปีแรก เงินต้นจะสำคัญมาก เพราะผลตอบจากดอกเบี้ยทบต้นจะยังไม่ค่อยเห็นผล แต่หลังจากนั้นผลตอบจากดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานได้ดี และเห็นผลชัดยิ่งขึ้น เราสามารถควบคุมเวลาและเงินต้นได้ ถึงเราจะควบคุมผลตอบแทนไม่ได้ แต่เราคุมความเสี่ยงได้ ถ้าคุมตรงนี้ได้ เราก็จะคุมเงินของเราได้

 

Mindset – Action สำคัญ สู่อิสรภาพทางการเงิน

 

คุณแอนนาเบล อยากให้ทุกคนเริ่ม ‘ลงมือทำ’ เพราะการที่เราฟัง-รู้ แต่ไม่ลงมือทำ ไม่เริ่มวางแผน เป้าหมายนั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้

 

โค้ชหนุ่ม ฝากไว้ว่า อิสรภาพทางการเงิน เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่จะทำให้สำเร็จ ขอให้เชื่อว่า อิสรภาพทางการเงิน เป็นเรื่องที่คุ้มค่า เราพร้อมมั้ยที่จะสละส่วนอื่นๆ จากนั้นให้กำหนดแผน ทำทุกอย่างให้อัตโนมัติที่สุด เช่น การหักออม/ลงทุน อัตโนมัติ การหักออมใน กบข. หรือ การหักออมใน PVD และเราต้องใช้ชีวิตให้สมดุล 3 ส่วน : เงินวันนี้ เงินในอนาคต และการจัดการภาระต่างๆ 

 

‘สุดท้ายแล้วอยากให้ย้อนกลับมาดูว่า เป้าหมายการเงินที่ตั้งไว้เพื่ออะไร? เพราะเป้าหมายต่างๆ เราทำไปเพื่อหวังว่าเราอยากมีความสุข แต่ถ้าระหว่างทางเราทุกข์เกินไป การจะมีความสุขก็อาจจะยาก ดังนั้น อย่าลืมความสุขระหว่งทาง’ – เฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี –

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats