×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทย เหมือนทีมแมนยู นักเตะใหม่-โค้ชเก่งแค่ไหน แต่ไม่เปลี่ยน ‘ระบบบริหาร’ ไม่มีทางดีขึ้น

69

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram

 

“ปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทย เหมือนกับปัญหาใหญ่ของทีมฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อให้ทุ่มซื้อนักเตะระดับโลกหรือเปลี่ยนโค้ชกี่คน ปัญหาก็ไม่หมดไป เพราะรากของปัญหาอยู่ที่ระบบบริหาร” – ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร –

 

สรุป Highlight สำคัญจาก Session: ทุนโลก มูลค่าไทย ทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จริง ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026: Reinvent Thailand โดย ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง, ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และ คุณยงยุทธ ภักตร์ดวงจันทร์ ผู้ช่วยประธานบริหาร ด้านกลยุทธ์การลงทุนและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 

‘ลดกรรมเก่า – สร้างบุญใหม่’ จัดการ FDI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

 

ดร.สันติธาร เสถียรไทย บอกว่าประเทศไทยนั้นยังมี ‘บุญเก่า’ อยู่ อย่างภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ในทำเลเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งอนาคต เช่น จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย มีฐานการผลิต Supply Chain และแรงงานที่มีทักษะฝีมือ เป็นประเทศทีมีความเป็นกลาง รวมถึงมี ‘บุญใหม่’ จากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ทำให้ทุนต่างชาติต้องการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

 

แต่ขณะเดียวกันก็มี ‘กรรมเก่า’ นั่นคือ ความไม่ชัดเจนของนโยบาย ดังนั้นภาครัฐจะต้อง ‘ลดกรรมเก่า สร้างบุญใหม่’ เพื่อบริหารจัดการ FDI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

 

ลดกรรมเก่า: สร้างความชัดเจนเชิงนโยบาย กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยต้องการพัฒนาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงอำนวยความสะดวก และปลดล็อกกฎระเบียบ 

 

สร้างบุญใหม่: ปรับเปลี่ยนตัววัดความสำเร็จ (KPI) เลิกวัดความสำเร็จจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ให้วัดที่ ‘มูลค่าเพิ่มที่สร้างขึ้นในประเทศไทย’ ภายใน 3-5 ปีด้วย เช่น การสร้างงานคุณภาพ การยกระดับ Supplier ไทย และการจับมือกับมหาวิทยาลัยพัฒนาทักษะแรงงาน

 

3Cs ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

 

  • Clarity: ความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์ ประเทศและภาคส่วนต่างๆ ต้องมีทิศทางเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ทำนโยบายแบบสะเปะสะปะ หรือหวังพึ่งพาเทรนด์ใดเพียงอย่างเดียว

 

  • Coordination: การประสานทำงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานรัฐ และระหว่างรัฐ-เอกชน ต้องไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งข้อนี้ถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของไทย

 

  • Continuity: การทำนโยบายและโครงการต่างๆ ต้องมีความต่อเนื่อง และมีความอดทน 

 

ถอดบทเรียน ‘พ่อแม่ 3 สาย’ กับ กับดัก FOMO ของไทย

 

การจะเข้าใจสถานะของประเทศไทยในการจัดการทุนต่างชาติ จำเป็นต้องย้อนมองบทเรียนในอดีตของประเทศผู้นำในเอเชีย โดย ดร.วีระยุทธ ได้เปรียบเทียบการจัดการ FDI ของ 4 เสือแห่งเอเชีย รวมถึงประเทศไทยไว้แบบนี้  

  • พ่อแม่สายโหด 
    • เกาหลีใต้: อุดหนุนเงินทุนและบังคับให้ไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายให้ได้ในปีที่กำหนด
    • ไต้หวัน: แบ่งโครงสร้างต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ อย่างเป็นระบบชัดเจน และให้แต่ละบริษัทเข้ามาอยู่ในแต่ละส่วนของ Supply Chain โดยมีกฎระเบียบเข้มงวด เคร่งครัด

 

  • พ่อแม่สายเปย์
    • สิงคโปร์: พร้อมให้เงินช่วยเหลือและสนับสนุน 
    • มาเลเซีย: เปิดให้ต่างชาติเข้ามา แต่บังคับให้เอาบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นเข้าไปร่วมใน Supply Chain

 

  • พ่อแม่สาย FOMO (Fear of Missing Out)
    • ไทย: กลัวตกขบวนมากเกินไป จนยอมทำทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงไม่มีบริษัทท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมด้วยและไม่มีนโยบายยกระดับ Human Resource เปรียบเสมือนหลายครั้งเมื่อรถไฟวิ่งผ่าน ไทยก็ทำได้แค่ขอถ่ายเซลฟี่เท่านั้น

 

ปัญหาหลักเศรษฐกิจไทย เหมือนปัญหาใหญ่ทีมแมนยู 

การเปลี่ยนนักเตะหรือเปลี่ยนโค้ช เป็นการแก้ปัญหาแบบผิวเผินที่ไม่ได้ช่วยให้ทีมชนะหรือเป็นแชมป์ เพราะปัญหาที่แท้จริงเกิดจาก ระดับผู้บริหารและหลักการในการบริหารจัดการ 

 

เศรษฐกิจไทยก็เช่นเดียวกัน การจะฟื้นฟูหรือยกระดับประเทศ ไม่สามารถทำได้เพียงแค่การปรับเปลี่ยนนโยบายระดับผิวเผิน การจะสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและการขับเคลื่อนนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องแก้ให้ถึงรากฐาน ผ่าน 2 ปัจจัยหลัก

 

  • Rule of Law: มีกติกาที่ชัดเจน คาดเดาได้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค
  • Fair Game: ลดกำแพงการเข้าสู่ธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันและสร้างนวัตกรรมได้จริง

 

เสียงสะท้อนจากเอกชน: ยกระดับ Local Supplier ในไทย

 

คุณยงยุทธ ภักตร์ดวงจันทร์ แชร์มุมมองของเดลต้าที่ลงทุนในไทยกว่า 38 ปี กับการจ้างงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในระดับสูง และพยายามเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศมาตลอด แต่ยังติด 3 เงื่อนไขสำคัญ คือ



…มีผู้ผลิตในประเทศหรือไม่?
…ได้มาตรฐานหรือไม่?
…และราคาแข่งขันได้หรือไม่?

 

เพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้เสนอการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเครื่องมือจูงใจ (Global Minimum Tax) เปิดให้บริษัทข้ามชาตินำเงินที่ใช้ในการอุดหนุนและพัฒนา Local Supplier ในไทย มาใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

รวมถึงเสนอการทำแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ดึงดูดการลงทุน โดยมีเงื่อนไขให้บริษัทใหญ่ 1 ราย ช่วยนำพาและพัฒนา Local Supplier รายย่อยในไทย 5-10 ราย ซึ่งเปรียบเหมือนมีบริษัทใหญ่ช่วยการันตีและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น

 

สรุป…เป้าหมายของไทย จึงไม่ใช่แค่การ ‘วิ่งตามไม่ให้ตกขบวน’ แบบ FOMO แต่ต้องผนึกกำลังร่วมมือกันในทุกภาคส่วนและสร้างนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้เราได้ประโยชน์จากการขึ้นรถไฟนั้น และอยู่ในขบวนได้นานพอเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats