×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

3 กูรู แนะลงทุนหุ้นไทย

1,943

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

หากลงทุนในหุ้นไทยมาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา (2550 – 2561) มีเพียง 5 ปีเท่านั้นที่ผลตอบแทนติดลบ ที่เหลืออีก 7 ปี ทำกำไรแถมเป็นกำไรระดับสูง เช่น ปี 2552 ให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 71.8% ส่วนปีที่ขาดทุนหนักสุดจะเป็นปี 2551 คือติดลบ 45.6%

 

หากถามเซียนหุ้น จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า หากต้องการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในตลาดหุ้นไทยต้องลงทุนระยะยาว และมีวินัยสุดๆ ส่วนการลงทุนเก็งกำไรหรือเทรดดิ้ง กำไรที่ได้มาก็ชั่วครั้งชั่วคราว สุดท้ายมักจะคืนให้ตลาด เช่น กำไรที่ได้มาทั้งหมดในปี 2559 – 2560 คืนให้ตลาดในปี 2561 หรือนักลงทุนถึงขั้นหมดตัว

 

หากกลับไปถามเซียนหุ้นอีกครั้งว่าปีนี้ หุ้นไทยยังน่าลงทุนหรือไม่ ทุกคนก็ยังเชื่อมั่นว่ายังลงทุนได้ แต่กลยุทธ์การลงทุนต้องเปลี่ยนและมองหาหุ้นที่ลงทุนแล้วประสบความสำเร็จในระยะยาว

 

เสี่ยยักษ์ – วิชัย วชิรพงษ์”

บอกว่า ปีนี้หุ้นประเภทเก็งกำไรและหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ “จะลดบทบาทลง” เพราะว่าปี 2559 – ครึ่งแรกปี 2561 หุ้นเหล่านี้ถูกสร้างราคาขึ้นมาจนแพงเวอร์ สุดท้ายราคาก็ปรับลดลงเรื่อยๆ นักลงทุนที่ออกไม่ทันก็ติดดอย

 

เสี่ยยักษ์ บอกว่า ปีนี้นักลงทุนต้องโฟกัสหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเติบโตชัดเจนและมีข้อมูลสนับสนุนการดำเนินงานที่แท้จริง และเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่อง

 

วีระพงษ์ ธัม”

นักลงทุนหุ้นคุณค่า แนะนำว่าหุ้นที่น่าสนใจในปีนี้ ก็คือ ธุรกิจที่ปรับตัวให้อยู่รอดปลอดภัยและขยายตัวต่อไปได้ภายใต้โลกยุคใหม่ นั่นคือ สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“พรเทพ ชูพันธุ์”

ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล. ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนกลุ่มที่มีแนวโน้มสดใสในปีนี้ ไตรมาสแรกจะมาจาก 2 แนวโน้มหลัก ได้แก่ แนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่องมาจากช่วงก่อนหน้า ได้แก่ วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม) และวัฏจักรการขึ้นอัตราดอกเบี้ย (กลุ่มธนาคาร) ซึ่งได้รับการยืนยันจากการลงทุนโดยตรง (FDI) ที่แข็งแกร่ง อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น และสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 

 

และกลุ่มที่สอง ตามแนวโน้มที่กำลังมาใหม่ คือ วัฏจักรอุณหภูมิน้ำทะเลที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะ El Nino อ่อนๆ ซึ่งมักส่งผลดีต่อต้นทุนปลาทูน่าจะมีราคาถูกลง ขณะที่ส่งผลให้ราคาหมูเพิ่มขึ้น

 

ประโยคที่ว่า “ท่ามกลางวิกฤติและความกลัวยังมีโอกาส” ใช้ได้กับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ถ้าศึกษาหาความรู้ อดทน มีวินัย และเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ รับรองประสบความสำเร็จในระยะยาวแน่นอน

 

#WealthMeUp

Related Stories