×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

5 ความผิดพลาด ภาวะตลาดกระทิง

2,680

 

หลังจากตลาดหุ้นไทยแปลงร่างเป็นกระทิงตัวโต และมีทีท่าว่าจะยังคงวิ่งต่อไป ทำให้นักลงทุนซื้อแล้วมีกำไรกลับบ้านเป็นกอบเป็นกำ แต่ในช่วงตลาดขาขึ้นนั้นกลับมีอันตรายแฝงอยู่ และถ้าไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งสาเหตุที่นักลงทุนบางคนบาดเจ็บ ขณะที่คนอื่นยิ้มหน้าบาน เกิดมาจากความผิดพลาดของตัวเองล้วนๆ

 

ความผิดพลาด 5 ข้อที่มักเกิดขึ้นในช่วงภาวะตลาดกระทิง มีดังนี้

 

1.ทุ่มหมดหน้าตัก | เสียโอกาสเมื่อหุ้นปรับฐาน

ช่วงตลาดกระทิงทำให้นักลงทุนพุ่งไปที่คำว่า “กำไร” จนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายต่อการลงทุน นักลงทุนบางคนอึดอัดกับตลาดที่ทรงๆ ทรุดๆ มาตลอด 8 เดือนแรกของปี เมื่อกระทิงวิ่งตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนจึงคิดจะเอาคืนแบบทบต้นทบดอก ด้วยการวางกลยุทธ์ซื้อหุ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเงินหมดหน้าตัก เพราะเชื่อว่าถ้าไม่ซื้อวันนี้เดี๋ยวหุ้นขึ้นหนีไปไกล กำไรจะหดหาย

อย่างไรก็ตาม ช่วงตลาดกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วจะมีความผันผวนค่อนข้างสูง หุ้นพร้อมปรับฐานหลังจากขึ้นไปจะสูงสุด ซึ่งนักลงทุนไม่มีทางคาดการณ์ได้แม่นยำว่า ณ ขณะนั้น เป็นจังหวะที่ดีต่อการซื้อหุ้นหรือเปล่า

บรรยากาศอย่างนี้ หากฟังนักวิเคราะห์จะแนะนำว่าว่าต้อง “ใจเย็นแต่ชาญฉลาด” รอจังหวะ ถือเงินสด เพราะเมื่อมีเงินสดย่อมหมายถึงมีอาวุธให้เลือกใช้ได้อีกหากตลาดปรับลง

 

2.ลงทุนกระจุกในหุ้นบางกลุ่ม | เสี่ยงหากตลาดผันผวน

จังหวะตลาดเป็นกระทิง นักลงทุนจะเลือกลงทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด และอดไม่ได้ในการทุ่มเงินทั้งหมดเพื่อผลตอบแทนสูงๆ และส่วนใหญ่ก็มักซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งหรือกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งมากจนเกินไป โดยในระยะสั้นอาจเกิดผลดีและยิ่งได้กำไรก็ยิ่งเติมเงินลงไปมากขึ้น

ในความเป็นจริง ช่วงตลาดสดใสนั้นหุ้นเกือบทุกกลุ่มมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น ดังนั้น การกระจายการลงทุนก็ไม่ได้ทำให้เสียประโยชน์แต่อย่างใด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กลยุทธ์กระจายความเสี่ยงจะดีเมื่อตลาดเกิดความผันผวน

 

3.หุ้นจบ แต่ตัวเองไม่จบ | ขายไม่เป็น เสี่ยงติดดอย

มีนักลงทุนบางคนที่มีความเชื่อว่าหุ้นที่ตัวเองซื้อ ราคาจะปรับขึ้นไปเรื่อยๆ ตามภาวะตลาดโดยรวม แต่ในโลกขอความเป็นจริง เมื่อราคาหุ้นถึงจุดๆ หนึ่ง เช่น เต็มมูลค่า ราคาถึงจุดเหมาะสมตามที่นักวิเคราะห์ที่ประเมินไว้ ก็จะเริ่มปรับลดลง ดังนั้น เมื่อหุ้นจบรอบไปแล้วก็ควรจะจบตาม ไม่เช่นนั้นอาจจะติดดอยยาว

 

4.โลเล | ไม่ทำตามแผนที่วางไว้

การวางแผนการลงทุน นักลงทุนน่าจะพอเข้าใจแล้วว่าต้องมีการบริหารจัดการ พิจารณาจากอะไร แต่ในช่วงตลาดกระทิง มีหลายคนมักไม่ทำตามแผนที่วางไว้ เช่น ลงทุนหุ้นมากเกินไป

ความเป็นจริงแล้วสัดส่วนของการวางแผนลงทุนนั้นเปลี่ยนแปลงได้บ้างตามสถานการณ์ แต่ต้องไม่ลืมหมั่นตรวจสอบและปรับอยู่เสมอ โดยยึดเป้าหมายหลัก เช่น ตั้งใจเก็บเงินวัยเกษียณ ต้องไม่ลงทุนในหุ้นจนเสี่ยงมากเกินไป

 

5.ไม่ทำการบ้าน | คิดว่าซื้อตัวไหนก็ขึ้น

ตลาดหุ้นกระทิง การลงทุนดูเหมือนง่ายขึ้นมาก ซื้อตัวไหน ลงทุนตัวไหนมีโอกาสกำไรมากกว่าขาดทุน เลยอาจทำให้นักลงทุนละเลยการทำการบ้าน (คิดจะทำกำไรตลอดเวลา) โดยเฉพาะการมองการลงทุนแบบระยะยาว

ความจริงแล้วควรหมั่นทำการบ้านด้วยการศึกษาธุรกิจนั้นๆ อยู่เสมอ และหากมีอะไรไม่ชอบมาพากล เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างจนมั่นใจว่ามีผลเชิงลบก็ต้องขายออกไป แล้วไปลงทุนหุ้นตัวอื่นๆ ที่มีอนาคตแทน

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats