×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? 

94

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 69 ที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในเบื้องต้นได้ส่งผลกระทบแล้วอย่างน้อย 2 ช่องทาง ได้แก่ 1. ราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Supply ที่ตึงตัว และ 2. ค่าระวางการขนส่งสินค้าทางเรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยังมีผลต่อเนื่องถึงการขนส่งผ่านช่องแคบบับเอลเมนเดบ ที่ต่อกับทะเลแดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าของภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินหากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการสู้รบมีแนวโน้มกินระยะเวลา 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค. 69) จะมีข้อกังวลต่อเศรษฐกิจและธุรกิจไทยจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เป็น 3 กรณี

1. Immediate Concerns (ในช่วงที่เหลือของ มี.ค. 69) ได้แก่ สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติก กระทบต่ออุตฯ ปลายน้ำที่จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และ Transport Disruption กระทบนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง และกลุ่ม Long-haul (ยุโรป และสหรัฐฯ)

 

  • Krungthai COMPASS คาดว่าในเดือน มี.ค. 69 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงราว 3.9 แสนคน คิดเป็นค่าใช้จ่ายภาคท่องเที่ยวที่หายไปราว 25,000 ล้านบาท แต่หากสงครามยืดเยื้อราว 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค. 69) คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงถึง 9.8 แสนคน คิดเป็นรายได้ท่องเที่ยวที่หายไปถึง 64,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในภาพรวมยังได้รับแรงหนุนบางส่วนจากนักท่องเที่ยว Short-haul ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น ซึ่งประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 จะอยู่ที่ราว 33.7 ล้านคน ยังมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 2.4%YoY

 

2. Biggest Concerns (ต้องติดตามใกล้ชิดในช่วง เม.ย. 69) ได้แก่ ราคาน้ำมันดีเซลที่อาจเพิ่มขึ้นไปแตะระดับมากกว่า 40 บาท/ลิตร ใน เม.ย. 69 หากภาครัฐไม่อุดหนุนต่อ กระทบอุตสาหกรรมที่พึ่งพาต้นทุนพลังงานในสัดส่วนสูง และการขาดแคลนสินค้าที่อาจรุนแรงขึ้น อาทิ Petrochem Shutdown กระทบภาคการผลิตไทย

 

  • Krungthai COMPASS คาดว่า ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีจะเพิ่มขึ้นจาก 32 บาท/ลิตร ในปี 2568 เป็น 35.7 บาท/ลิตรในปี 2569 โดยคาดว่าราคาน้ำมันดีเซลจะทยอยเพิ่มขึ้นจาก 32.1 บาท/ลิตรในช่วง มี.ค. 69 เป็น 41.0 บาท/ลิตร ในช่วง เม.ย. 69 และ 45.3 บาท/ลิตร ในช่วง พ.ค. 69 เพราะต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบดูไบที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค. 69) ก่อนที่คาดว่าจะทยอยลดลงในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2569 

 

  • ทั้งนี้ การประเมินราคาน้ำมันดีเซลดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินอุดหนุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปราว 68,400 ล้านบาทในช่วง มี.ค.-เม.ย. 69 ซึ่งแบ่งเป็นเงินสดของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ราว 28,400 ล้านบาท (ณ 1 มี.ค. 69) และการกู้เงินเพิ่มเติมราว 40,000 ล้านบาท และไม่ใช้กลไกการลดภาษีสรรพสามิต อย่างไรก็ดี หากภาครัฐพิจารณาให้ความช่วยเหลือผ่านกลไกต่างๆ อาจทำให้ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปี 2569 มีโอกาสที่จะปรับลดลงจากราคาที่ประเมินในข้างต้น 

 

3. Future Concerns (ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 69 เป็นต้นไป) ได้แก่ ค่าไฟฟ้าอาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นช่วง ก.ย.-ธ.ค. 69 ผลของราคาตั๋วเครื่องบินที่มีโอกาสยืนสูงเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้กลุ่ม Short-haul ชะลอการเดินทางและการขาดแคลนปุ๋ยเคมี จะกระทบผลผลิตสินค้าเกษตร

 

  • Krungthai COMPASS คาดว่า ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะแตะ 4.14 บาท /หน่วยไฟฟ้าในงวด ก.ย.-ธ.ค. 69 หลังภาครัฐที่มีแนวโน้มที่จะตรึงค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยไว้ที่ 3.88 บาท/หน่วยไฟฟ้าในงวด ม.ค.-ส.ค. 69 ผ่านการใช้กลไกต่างๆ เพราะต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 69 ตามแนวโน้มราคา JKM LNG ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ การประเมินนี้อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่าภาครัฐใช้กลไกต่างๆ ในการอุดหนุนค่าไฟฟ้าไม่เกิน 20 สตางค์/หน่วยไฟฟ้า ในช่วง พ.ค.-ส.ค. 69 และไม่มีการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในช่วง ก.ย.-ธ.ค. 69

 

  • นอกจากนี้ไทยยังเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยเคมี กระทบผลผลิตสินค้าเกษตร โดยไทยพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีถึง 95% ของปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีทั้งหมดของไทย หรือราว 5-6 ล้านตันต่อปี โดยในปี 2568 ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากตะวันออกกลางมากถึง 2.2 ล้านตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 34% ของปริมาณการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมดของไทย โดยในแต่ละปี ไทยนำเข้าแม่ปุ๋ยราว 2 ใน 3 ของปริมาณการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมด เพื่อนำมาผสมตามสูตรของผู้ผลิตแต่ละราย โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยไนโตรเจนที่มีสัดส่วนมากถึง 50% ของปริมาณการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมดของไทย 

 

อย่างไรก็ดี ยังมีบางธุรกิจที่อาจได้อานิสงส์จากความกังวลด้าน Food Security เช่น ข้าว ทูน่ากระป๋อง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป เมื่อไทยสามารถกลับมาส่งออกได้ ขณะที่ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลที่ได้รับประโยชน์จากการที่ค่าระวางเรือและค่า Surcharge ต่างๆ มีการปรับสูงขึ้น

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats