เมื่อความยากจนของเด็ก วัดแค่เรื่อง “เงิน” อย่างเดียวไม่ได้
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
จากรายงานความยากจนหลายมิติของเด็กไทย โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ พบว่า มีเด็กไทย 34.3% หรือราว 1 ใน 3 ของเด็กไทยทั้งประเทศ เผชิญกับความยากจนหลายมิติ
ความยากจนหลายมิติของเด็กคืออะไร?
คือการสะท้อนสถานการณ์ความยากจนของเด็กไทยในมิติอื่นนอกเหนือจากตัว “เงิน” โดยครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสวัสดิภาพเด็ก ด้านมาตรฐานความเป็นอยู่ และด้านสุขภาพ
โดยพบว่าดัชนีความยากจนหลายมิติของเด็ก (CMPI) ในปี 2565 อยู่ที่ 0.124 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2562 ที่ 0.128 และพบว่า “สุขภาพ” มีส่วนส่งผลต่อความยากจนหลายมิติมากที่สุด 31.9%, รองลงมาคือ ด้านสวัสดิภาพเด็ก 29.1% การศึกษา 23.4% และ มาตรฐานความเป็นอยู่ 15.6%
ช่วงวัยที่ประสบปัญหาสูงสุด
จากรายงาน พบว่า เด็กอายุ 0-4 ปี มีสัดส่วนความยากจนหลายมิติสูงที่สุดถึง 53.90% สูงกว่าช่วงวัยอื่น 1-3 เท่า และมีความขัดสนในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะในมิติสุขภาพ ขณะที่เด็กวัยเรียนตอนต้นจากมิติด้านสวัสดิภาพ และเด็กวัยเรียนตอนปลายจากด้านการศึกษา
ภูมิภาคที่ประสบปัญหามากที่สุด
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคพบว่า กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนเด็กยากจนหลายมิติสูงที่สุด และเกือบ 1 ใน 3 ของเด็กยากจนหลายมิติอาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีและดีมาก รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละมิติ
ด้านสุขภาพ : มีเด็กยากจนหลายมิติจำนวนมากไม่ได้รับนมแม่เท่าที่ควร มีภาวะทุพโภชนาการจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม ขาดสุขอนามัยพื้นฐาน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากบริบททางสังคมที่ไม่เอื้อต่อการดูแลเด็ก เช่น สถานที่ทำงานที่ขาดพื้นที่ให้นมบุตร หรือสิทธิและระยะเวลาลาคลอดที่ไม่สอดคล้องกับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ด้านสวัสดิภาพเด็ก : การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้การเข้าถึงวัคซีนมีข้อจำกัด อีกทั้ง ยังพบปัญหาพ่อแม่/ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในเด็กเล็ก ปล่อยให้เด็กเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป
ด้านการศึกษา : พบปัญหาการเลี้ยงดูที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้เช่น การขาดสื่อส่งเสริมพัฒนาการอย่างหนังสือ/สมุดภาพ และการขาดกิจกรรมร่วมระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก รวมถึงปัญหาการไม่ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
ด้านมาตรฐานความเป็นอยู่ : พบว่าเด็กยากจนหลายมิติจำนวนหนึ่งยังอาศัยอยู่ในครัวเรือนที่ใช้เชื้อเพลิงก่อมลพิษในการประกอบอาหาร เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการศึกษา และขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานในการดำรงชีวิต
การแก้ไขปัญหาความยากจนหลายมิติของเด็ก
สภาพัฒน์ เสนอแนะควรมุ่งส่งเสริมบทบาทของสถาบันครอบครัวให้เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก โดยสร้างความเข้มแข็งและความตระหนักรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้พ่อแม่และผู้ปกครอง ผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว เช่น การขยายสิทธิลาคลอด /ลาดูแลบุตร ส่งเสริมการประกอบอาชีพในภูมิลำเนา รวมทั้งส่งเสริมบทบาทศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวในการดูแลเด็ก
ข้อมูลเหล่านี้คือจิ๊กซอว์สำคัญที่สภาพัฒน์ มองว่าสำคัญในการออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้เด็กไทยทุกคน
ที่มา: รายงานความยากจนหลายมิติของเด็กไทย ปี 2565 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
















