×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

4 เรื่องใหญ่ ในโลกยุคใหม่ที่นักลงทุนควรรู้ จากเวที UOB Wealth Carnival

44

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ AI ภาษี-การส่งต่อความมั่งคั่ง และสังคมอายุยืนกำลังเปลี่ยนโจทย์การวางแผนการเงิน UOB Wealth Banking ชวนมองอนาคตการลงทุนผ่านมุมมองผู้เชี่ยวชาญในงาน UOB Wealth Carnival ภายใต้แนวคิด “Your Wealth, Your Way”

 

บรรยากาศงาน UOB Wealth Carnival ภายใต้ธีม “Your Wealth, Your Way” โดย UOB Wealth Banking ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การลงทุน ภาษี เทคโนโลยี สุขภาพ และสังคมอายุยืน เพื่อถ่ายทอดมุมมองต่อ 4 เมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนโจทย์การบริหารความมั่งคั่งในยุคใหม่

โลกการลงทุนในวันนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังถูกกำหนดใหม่จากเมกะเทรนด์หลายด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนสู่ระบบหลายขั้วอำนาจ เทคโนโลยี AI ที่กำลังขยายบทบาทสู่ทุกอุตสาหกรรม โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมอายุยืน และโจทย์การวางแผนภาษี-มรดกที่มีความสำคัญมากขึ้นต่อการส่งต่อ ความมั่งคั่งระหว่างรุ่น

 

UOB Wealth Carnival งานเอ็กซ์คลูซีฟจาก UOB Wealth Banking จัดขึ้นภายใต้ธีม “Your Wealth, Your Way” เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการบริหารความมั่งคั่งที่สำคัญในยุคใหม่ไว้ในงานเดียว ผ่าน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ Tax & Wealth Protection, Geopolitics, AI Technology และ Longevity ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการวางแผนการเงินและการลงทุนในระยะยาว

 

คุณยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดมุมมองว่า โลกกำลังเผชิญเมกะเทรนด์สำคัญที่เปลี่ยนทิศทางการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ในโลกหลายขั้วอำนาจ เทคโนโลยี AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดและอุตสาหกรรม และโครงสร้างประชากรที่ทำให้คนมีอายุยืนขึ้นจนแตะระดับ 100 ปี

 

เมื่อบริบทเปลี่ยนไป การวางแผนการเงินแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะในวันที่ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป และยุคของการไล่ล่าผลตอบแทนระดับ 7% หรือ 10% อย่างง่ายดายอาจผ่านไปแล้ว ยูโอบีจึงแนะนำให้มองการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม หรือ Holistic Approach เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง สภาพคล่อง การคุ้มครอง และการส่งต่อทรัพย์สินในอนาคต โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงภาวะ “Asset-Rich, Cash-Poor” หรือการมีทรัพย์สินมากแต่ขาดเงินสดเมื่อจำเป็นต้องใช้

คุณ Abel Lim, Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ให้มุมมองว่า เหตุการณ์รุนแรงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจสร้างความตื่นตระหนกระยะสั้น ทำให้ตลาดปรับตัวลงได้ประมาณ 5-6% แต่ในหลายกรณี ตลาดก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เกือบ 10% นักลงทุนจึงควรมองข้าม “Noise” หรือความผันผวนระยะสั้น และหันมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน

 

ในระบบเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตแบบ K-Shape ผู้ชนะและผู้เผชิญแรงกดดันอาจแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI ยังมีศักยภาพในการเติบโต ขณะที่ธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานอย่างหนักอาจเผชิญความท้าทายมากขึ้น สำหรับธีมการลงทุนแห่งอนาคต เขามอง 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ Agentic AI ที่ก้าวไกลกว่าการเป็น Search Engine ธีมเฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐ เช่น พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูงและโอกาสจากประเทศที่ฟื้นตัวจากยุทธศาสตร์ของตนเอง

 

และนี่คือบทสรุปของ 4 เรื่องใหญ่ ในโลกยุคใหม่ จาก 4 เวทีสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากงาน UOB Wealth Carnival

The Art of Tax & Wealth Protection: ศิลปะแห่งการวางแผนภาษี และการปกป้องความมั่งคั่ง

 

ความมั่งคั่งอาจ “รั่วไหล” ได้ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การสร้างทรัพย์สิน การบริหารภาษี ไปจนถึงการส่งต่อมรดก หากขาดการวางแผนอย่างเป็นระบบ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO และผู้ก่อตั้ง iTax ชี้ว่า หลายครอบครัวอาจมีทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ไม่ได้จัดทำบัญชีทรัพย์สิน หรือยังไม่ได้วางแผนมรดกอย่างชัดเจน ทำให้เกิดความเสี่ยง ความล่าช้า หรือความขัดแย้งเมื่อถึงเวลาต้องส่งต่อทรัพย์สินให้คนรุ่นถัดไป

 

การวางแผนภาษีและมรดกจึงควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหา โดยกรอบคิดสำคัญคือ “ส-ท-ร” ได้แก่ สอบถามมืออาชีพ (ส) ทำบัญชีทรัพย์สิน (ท) ร่างพินัยกรรม (ร) เพื่อให้เจ้าของทรัพย์สินเข้าใจโครงสร้างความมั่งคั่งของตนเองอย่างครบถ้วน และสามารถส่งต่อทรัพย์สินได้อย่างมีคุณค่า ตรงตามเจตนา และลดความเสี่ยงทางกฎหมายหรือภาษีในอนาคต

 

ตัวแทนจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยังชี้ว่า ประเด็นเรื่องการส่งต่อมรดกไม่ใช่เพียงเรื่องของมูลค่าทรัพย์สิน แต่รวมถึงความตั้งใจ เป้าหมายชีวิต และสิ่งที่เจ้าของทรัพย์สินต้องการส่งต่อให้คนรุ่นหลัง หลายครอบครัวในไทยยังเข้าใจว่าการจัดทำพินัยกรรมเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง การวางแผนมรดกอย่างรอบคอบคือหัวใจสำคัญของการรักษาและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

 

ในมุมของการบริหารความเสี่ยง ประกันชีวิตสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสภาพคล่องให้ครอบครัวหรือธุรกิจ โดยเฉพาะในเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจต้องใช้เงินสดอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการเตรียมสภาพคล่องไว้ ครอบครัวอาจจำเป็นต้องขายทรัพย์สินในเวลาที่ไม่เหมาะสม พรูเด็นเชียลจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ผสานทั้งการคุ้มครอง การเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน การส่งต่อมรดก และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น UOB Beyond Legacy 3/99 และ UOB Legacy Lite 5/99 ซึ่งเน้นการวางแผนสภาพคล่องและการส่งต่อทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ

Thriving in a Tripolar World: มองโลกหลายขั้วอำนาจอย่างเข้าใจ

 

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า โลกเปลี่ยนผ่านจากยุคโลกาภิวัฒน์สู่โลก 3 ขั้วอำนาจใหญ่ คือ สหรัฐฯ จีน และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก (Rest of World) ซึ่งทำให้ภูมิทัศน์เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนมีความซับซ้อนมากขึ้น นักลงทุนและภาคธุรกิจ จึงต้องพร้อมรับมือกับภาวะวิกฤตต่อเนื่อง ความไม่แน่นอน และความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

สิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอดในโลกยุคนี้คือ “AR” ได้แก่ Adaptation หรือความสามารถในการปรับตัวและ Resilience หรือความยืดหยุ่นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง นักลงทุนจึงต้องมองทั้งความเสี่ยงและโอกาสไปพร้อมกัน ไม่ตัดสินใจจากความผันผวนระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินคุณภาพของ สินทรัพย์ ปัจจัยพื้นฐาน และความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจในระยะยาว

 

สำหรับภาพการลงทุนในตลาดหุ้น คุณ Anis Tiasiri, Executive Director, Head of Southeast Asia Funds จาก J.P. Morgan Asset Management บอกว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงขับเคลื่อนด้วยกำไรของบริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุนต้องเลือกหุ้นแบบ Selective มากขึ้น นอกจากดูหุ้นบริษัทที่มีผลกำไรแข็งแกร่งแล้ว ยังควรมองหาหุ้นคุณค่าที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงด้วย พร้อมเตือนว่า แม้กองทุนต่างประเทศจำนวนมากจะมีหุ้น AI อยู่ในพอร์ต แต่ผู้ลงทุนต้องพิจารณาให้ลึกว่าเป็นการเลือกหุ้นที่เหมาะสมจริงหรือไม่

 

ด้านการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ คุณ Princy Singh, Executive Director, Research Analyst, Portfolio Construction Committee Member, Global Emerging Market and Asia Pacific Equities จาก UBS Asset Management แนะนำโอกาสการลงทุน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ AI Supply Chain ที่ครอบคลุมตลาดเกิดใหม่ทั้งในเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา นวัตกรรมจากบริษัทจีนที่มีความโดดเด่น เทรนด์ระยะยาวจากการนำ AI ไปใช้ต่อยอด และการเติบโตภายในประเทศที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น อินเดีย และอาเซียน

Beyond the Hype: เมื่อ AI เปลี่ยนผ่านสู่ทุกอุตสาหกรรม

 

AI ไม่ได้เป็นเพียงกระแสของบริษัทเทคโนโลยีหรือธุรกิจซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่กำลังขยายบทบาทไปสู่ตลาดแรงงาน โครงสร้างองค์กร และพฤติกรรมผู้บริโภคในวงกว้าง ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ Siametrics และ ViaLink ชี้ว่า ตลาดที่แท้จริงของ AI ในรอบนี้ไม่ได้อยู่แค่ซอฟต์แวร์หรือไอที แต่กำลังขยายสู่ตลาดแรงงานและสาธารณูปโภค

 

หากมองในฝั่งผู้พัฒนาเทคโนโลยี วัฎจักร AI อาจกำลังเข้าสู่ Late Stage แต่ในฝั่งผู้ใช้งาน AI กลับเพิ่งเริ่มต้น โดยองค์กรขนาดใหญ่จำนวนมากเริ่มนำ AI ไปใช้จริง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือสร้างมูลค่าได้มากขึ้นถึง 80-90% ในอนาคต AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่รอคำสั่งจากมนุษย์ แต่จะพัฒนาไปสู่ Agentic AI หรือระบบที่สามารถตัดสินใจและทำงานแทนมนุษย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

คุณเกียรติภูมิ ธีรภัทรสกุล Associate Director, South East Asia Wholesale Distribution จาก Fidelity International ให้มุมมองว่า แม้ AI และอินเทอร์เน็ตจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนโลก เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญเมื่อเทียบกับยุคดอตคอม เพราะยุคดอตคอมเต็มไปด้วยการลงทุน มหาศาลในธุรกิจที่ยังไม่มีโมเดลรายได้ที่ชัดเจน ขณะที่บริษัท AI ชั้นนำในปัจจุบันจำนวนมากมีรายได้ ฐานลูกค้า และโมเดลธุรกิจที่แข็งแรงกว่าเดิม

 

ในมุมการลงทุน คุณชัชพล สีวลีพันธ์ Senior Executive Vice President, Business Development and Client Relations Group จาก KTAM มองว่า ธีม AI ยังคงเป็น Core Portfolio สำคัญในการลงทุนระยะกลางถึงยาว เพราะผู้ได้รับประโยชน์ในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงผู้สร้างเทคโนโลยี แต่รวมถึงธุรกิจที่นำ AI ไปเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างกำไรอย่างเป็นรูปธรรมด้วย สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เขาแนะนำให้ทยอยสะสมในช่วงตลาดปรับฐาน โดยข้อมูล Nasdaq ที่ยกบนเวทีสะท้อนว่าการย่อตัวเฉลี่ยราว 10% อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุน

The Longevity Dividend: ถอดรหัสสังคมอายุยืนยาว สู่โอกาสการลงทุนแห่งศตวรรษ

 

ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ Super Aged Society หรือสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งจะเปลี่ยนทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และโจทย์การวางแผนชีวิตหลังเกษียณ คุณกุลฉัตร จันทวิมล Chief Marketing Officer จาก UOBAM มองว่าปัจจัยนี้จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนโดยผู้สูงอายุเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า Silver Economy ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย เช่น สุขภาพ การดูแลระยะยาว และคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ มีแนวโน้มเป็นเทรนด์สำคัญที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อคนมีอายุยืนขึ้น อายุการทำงานกับอายุหลังเกษียณอาจยาวใกล้เคียงกันมากขึ้น ทำให้ทุกคนต้องปรับสมดุลทั้งการดูแลตัวเอง การทำงาน และการลงทุน การวางแผนการเงินจึงไม่ควรมองเพียง วันที่เกษียณ แต่ต้องมองตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ ทั้งเรื่องรายได้ สภาพคล่อง สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

 

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เครือโรงพยาบาลสมิติเวช ให้ข้อมูลว่า ไลฟ์สไตล์ของผู้สูงวัยยุคใหม่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อยืดช่วง Health Span ให้ยาวนานขึ้น ไม่ใช่แค่อายุยืน แต่ต้องอยู่อย่างมีคุณภาพ โดยเน้นแนวคิด “ไม่ป่วย ไม่ล้ม ไม่หัก” เพื่อให้การมีอายุยืนมาพร้อมสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

 

ขณะที่คุณ Nick Tong Head of Intermediary Distribution, Southeast Asia จาก T. Rowe Price เผยผลสำรวจพฤติกรรมการเกษียณของคนไทยพบว่า กว่า 51% “ไม่พร้อมเกษียณ” พร้อมให้คำแนะนำการลงทุนเพื่อวัยเกษียณผ่านกลยุทธ์ “Glide Path” หรือการจัดพอร์ตที่ปรับระดับความเสี่ยงและสัดส่วน สินทรัพย์ตามช่วงอายุอย่างเหมาะสม โดยช่วงก่อนเกษียณควรให้ความสำคัญกับการเติบโตของเงินทุนผ่านสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงในระดับที่เหมาะสม ขณะที่ช่วงหลังเกษียณควรเน้นการสร้างกระแสรายได้ที่ สม่ำเสมอและการกระจายการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว

 

สรุป: ความมั่งคั่งยุคใหม่ต้องมองครบทั้งชีวิต ไม่ใช่แค่พอร์ตลงทุน

 

จาก 4 เวทีสำคัญในงาน UOB Wealth Carnival สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารความมั่งคั่งในโลกยุคใหม่ ต้องมองไกลกว่าการเลือกสินทรัพย์หรือการคาดหวังผลตอบแทนระยะสั้น แต่ต้องเข้าใจบริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี AI โครงสร้างประชากร ไปจนถึงการวางแผนภาษี มรดก สภาพคล่อง และการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น

 

ในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทางการเงิน นักลงทุนจึงต้องมีแผนที่ยืดหยุ่น ปรับตัวได้ กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และเชื่อมโยงกับเป้าหมายชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง เพราะความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการสร้างผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการปกป้อง ดูแล ใช้ประโยชน์ และส่งต่อความมั่งคั่งนั้นได้อย่างมีความหมาย

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats