×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

1O กองทุน ETF จ่ายเงินปันผลทุกเดือน

1,289

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

นับตั้งแต่เศรษฐกิจโลกมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอย ไม่ว่าจะลงทุนในสินทรัพย์อะไร ผลตอบแทนที่ได้รับแทบไม่มีกำไรหรือขาดทุน ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาสินทรัพย์ลงทุนเพื่อต่อสู้กับสถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอน และช่องทางการลงทุนหนึ่งที่ตอบโจทย์ คือ กองทุน ETF

 

นักลงทุนอาจสงสัยว่า เมื่อกองทุนรวม ETF (Exchange-Traded Fund) ส่วนใหญ่จะเน้นการลงทุนแบบ Passive ซึ่งมีนโยบายลงทุนตามดัชนีต่าง ๆ เพื่อสร้างผลตอบเเทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีที่อ้างอิงมากที่สุด ถ้าเกิดสถานการณ์ผันผวน เศรษฐกิจมีโอกาสถดถอย หรือได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงิน การคลัง อาจเกิดความเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 

พูดง่าย ๆ กองทุน ETF มีโอกาสเกิดความเสี่ยงจากราคาและตลาดโดยรวม เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการปรับตัวขึ้นลงของราคา หรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงที่กองทุนได้ลงทุนไป เช่น เศรษฐกิจโลกมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอย ดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงและส่งผลกระทบต่อราคา ETF อ้างอิงดัชนีนั้น ๆ ที่ทำให้ราคาลดลงได้ ทำให้นักลงทุนขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าตอนที่ซื้อมาตอนแรก ดังนั้น คำถามตามมาคือ ควรลงทุนกองทุน ETF หรือไม่

 

เหตุผลที่ควรลงทุนกองทุน ETF คือ ผู้ที่ยังไม่มีเงินก้อนเพียงพอที่จะนำมาลงทุนได้ภายในครั้งเดียว แต่อยากหาโอกาสสร้างผลตอบแทน และไม่รู้ว่าจะเริ่มจากหุ้น กองทุน รวม หรือสินทรัพย์อะไร ก็สามารถทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (DCA)
ด้วยเงินก้อนเล็ก ๆ ได้ บวกกับความมีวินัยและให้เวลากับการลงทุน ที่นานพอสมควร และแม้ว่าการลงทุนแบบ DCA จะไม่ได้กำไรสูงสุด แต่ก็ไม่มีทางขาดทุนแบบกู่ไม่กลับ ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนได้

 

ถัดมา คือ เป็นการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งกองทุน ETF ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี และยิ่งมีการลงทุนกองทุน ETF ในประเทศอยู่แล้ว หากแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนกองทุน ETF ต่างประเทศ ก็ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดียิ่งขึ้น

 

แต่คำถามก็อาจวนว่า ควรลงทุนกองทุน ETF ช่วงสถานการณ์ไม่แน่นอนอย่างไร คำตอบคือ ลงทุนกองทุน ETF ที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ยิ่งจ่ายเป็นรายเดือนยิ่งดี เพราะจะได้นำเงินปันผลมาเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน

 

ดังนั้น กองทุน ETF ที่น่าสนใจในปัจจุบัน นอกจากจะต้องมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอแล้ว ควรมีความผันผวนต่ำ
(Low Volatility) ซึ่งดูจากค่าความผันผวนเทียบกับตลาด (Beta) โดยจะต้องต่ำกว่า 1 ซึ่งจะทำให้สามารถจำกัดความเสี่ยงและยังมีกระแสเงินสดรับจากเงินปันผล อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความกังวลท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

 

ดังนั้น สำหรับนักลงทุนสายปันผลที่อาจยังไม่เชี่ยวชาญเลือกหุ้นรายตัวเพื่อหาปันผลหรือไม่มีเวลาติดตามตลาดว่าหุ้นตัวไหนปันผลดีหรือปันผลไม่ดี ก็สามารถเลือกลงทุนกองทุน ETF ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอได้

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats