×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

ออกแบบความมั่งคั่งในยุคโลกผันผวนต้องมั่นคง + โอกาสเติบโต

71

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram

 

เมื่อก้าวถึง “จุดสูงสุด (Pinnacle) ทางการเงิน” ทุกคนต่างต้องการรักษาความสำเร็จไว้ เพื่อดูแลทั้งตัวเองและคนที่รัก แต่ในโลกที่ตลาดผันผวนรวดเร็ว เงินเฟ้อกัดกร่อนความมั่งคั่งอย่างเงียบๆ ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนสมการการลงทุน และอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น

 

นำมาสู่คำถามสำคัญที่ว่า… ความมั่งคั่งที่เราเคยออกแบบมานั้น พร้อมรองรับอนาคตที่คาดเดายากออกแบบความมั่งคั่งในยุคโลกผันผวน ต้องมั่นคง + โอกาสเติบโตขึ้นได้แค่ไหน?

 

เราต้องการ ความมั่งคั่งที่ “มั่นคง” หรือต้องการ “โอกาสการเติบโต” หรือต้องการทั้งสองอย่าง?

 

งาน Redefining The Pinnacle – Designed for What’s Next โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับพรูเด็นเชียล เชิญผู้เชี่ยวชาญมาแบ่งปันแนวทางการรักษาความมั่งคั่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องมีเพียงหนึ่งเดียว แต่บางทางเลือกสามารถตอบโจทย์ชีวิตได้หลายด้านพร้อมกัน

โลกเปลี่ยน…มุมมองเปลี่ยน

 

คุณยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เล่าว่า “ลูกค้า” มีมุมมองที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับการลงทุน จากการเน้นเพียงตัวเลขผลตอบแทน มาสู่การตั้งคำถามว่า “แผนที่วางไว้ พร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง?”

 

โดยลูกค้าที่เป็นผู้ลงทุนมีความต้องการหลัก 3 ประการ คือ

 

  • ความชัดเจน รู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับอะไร และเมื่อไหร่ เพื่อวางแผนชีวิตได้อย่างถูกต้อง
  • ความคุ้มครอง อยากมั่นใจว่าเป้าหมายสำคัญของครอบครัวจะยังอยู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง
  • โอกาส สร้างการเติบโตทางการเงิน เพื่อลดต้นทุนของการถือเงินไว้เฉยๆ

 

จากความต้องการที่เปลี่ยนไป ยูโอบีจึงปรับบทบาทเป็น “ผู้ช่วยออกแบบโครงสร้างทางการเงิน” โดยพิจารณาหน้าที่ของเงินแต่ละก้อนให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง “ความมั่นคง” และ “โอกาสเติบโต”

 

REDEFINING FINANCIAL CONFIDENCE: นิยามใหม่แผน “ความมั่งคั่ง” เสริมความเชื่อมั่นทางการเงิน

 

Session 1: “เงิน” ในแผนการเงินระยะยาว ไม่ควรถูกบังคับให้ต้องเลือกระหว่าง “ความมั่นคง” และ “โอกาสเติบโต” เพียงอย่างเดียว

 

คุณ Abel Lim, Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่า ภาวะตลาดโลกที่มีความผันผวน อัตราเงินเฟ้อสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้การมุ่งเน้นเพียงผลตอบแทนระยะสั้นไม่เพียงพออีกต่อไป และการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาวต้องสร้างบน 4 เสาหลัก คือ

 

  • Resilience ความยืดหยุ่นต่อแรงกดดัน
  • Longevity การบริหารเงินรองรับการมีอายุยืน
  • Goals การบรรลุเป้าหมายชีวิตเฉพาะบุคคล
  • Growth การเติบโตของเงินลงทุนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ

 

คุณ Abel อธิบายต่อว่า ปัจจุบัน การสร้างความมั่งคั่ง ไม่จำเป็นต้อง “เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” อีกต่อไป ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “ความมั่นคง” หรือ “การเติบโต” เพราะหากเน้น “ปลอดภัย” อย่างเดียวก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในอนาคต เพราะถูกเงินเฟ้อกัดกร่อน แต่หากเน้น “การเติบโต” โดยไม่ปกป้องเงินต้น ก็อาจไม่อยู่รอดในปัจจุบัน

 

หากต้องการประสบความสำเร็จ คุณ Abel แนะนำว่า ผู้ลงทุนต้องมีวินัย ความอดทน และระบบ โดยควรเน้นการบริหารจัดการการลงทุนเชิงรุก (Active Portfolio) อาศัยมืออาชีพ เพื่อป้องกันการขาดทุนรุนแรง นอกจากนี้ต้องกระจายความเสี่ยง เพื่อประคองพอร์ตความมั่งคั่งไม่ให้พังทลายเมื่อสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งประสบปัญหา

 

คุณดอน จรรย์ศุภรินทร์ Chief Commercial Officer พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เล่าถึงบทบาทของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ว่าในอดีตถูกมองเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคง ปกป้องเงินต้น หรือเป็นการส่งต่อมรดก แต่ปัจจุบันกลายเป็นโซลูชั่นที่ผสมผสานทั้ง “คุ้มครองความปลอดภัยของเงินต้น” และ “โอกาสสร้างผลตอบแทนเติบโต” จากสภาวะตลาดในแต่ละช่วง

 

ยูโอบี ร่วมกับพรูเด็นเชียล ได้ออกแบบนวัตกรรมทางการเงิน Assure Linked ภายใต้แนวคิด “ปกป้อง พร้อม เปิดโอกาส” ซึ่งเน้นการปกป้องเงินต้นเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนในระยะยาว

 

โดยออกแบบโซลูชั่นให้มีระยะเวลาถือครอง 14 ปี ซึ่งยาวนานเพียงพอที่จะครอบคลุมวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้พอร์ตผ่านพ้นความผันผวน ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดขาลง และช่วยให้ผู้ลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่ดีได้ โดยไม่ต้องห่วงความผันผวนรายวัน

 

ผลิตภัณฑ์เปิดโอกาสการสร้างการเติบโตของผลตอบแทนในตลาดโลก เช่น S&P 500 เหมาะสำหรับเงินก้อนที่ต้องการลงทุนระยะยาว ต้องการการคุ้มครองชีวิต รักษาเงินต้น และมีการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผลิตภัณฑ์มีพื้นฐานประกันชีวิต ช่วยให้ส่งต่อเงินต้นได้อย่างราบรื่น และบวกโอกาสได้ผลตอบแทนจาก ดัชนี ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องเลือก ไม่ต้อง Tradeoff (เลือก) ระหว่าง “ความมั่นคง” และ “ผลตอบแทน” อีกต่อไป ได้ทั้งความมั่นใจและความสบายใจด้วย

THE INTELLIGENCE BEHIND OPPORTUNITY: วางแผนการเงินด้วยระบบอัจฉริยะ เปิด “โอกาส” เพิ่มผลตอบแทน

 

Session 2: เจาะลึกเบื้องหลังการออกแบบและบริหารจัดการโซลูชั่น ที่ตอบโจทย์การสร้างโอกาสเพิ่มผลตอบแทนสำหรับเงินลงทุนในระยะยาว

 

คุณ Audrey Phua BNP PARIBAS Index Specialist BNP Paribas อธิบายการจัดพอร์ตลงทุน BNP Paribas Compass Global Multi Assess RCB Index ที่มีจุดเด่น 3 ข้อ คือ

 

  • Broad Diversification กระจายพอร์ตลงทุนที่กว้างกว่าทั่วไป ลงทุนใน 4 กลุ่มสินทรัพย์หลัก ได้แก่ หุ้น ตราสารหนี้ และเพิ่มอัตราแลกเปลี่ยน (USDJPY และ USDEUR) และสินค้าโภคภัณฑ์ (Gold ETF) ทำให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น รับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงได้ดี
  • Daily Dynamic Allocation ปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่ทุกวันอัตโนมัติ โดยใช้หลักการ Markowitz Efficient Frontier คำนวณหาพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่กำหนด ผ่านการวิเคราะห์ความผันผวนย้อนหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ และแนวโน้มตลาด (Trend)
  • Daily Risk Control กำหนดความผันผวนของตลาดไว้ไม่เกิน 8% เพื่อพยายามจำกัดขาลงของตลาด แปลว่า เวลาลง ไม่ลงหนัก

 

คุณบุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ Head of Investment Consultant ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า หนึ่งในวิธีที่ใช้ในการบริหารพอร์ตโฟลิโอการลงทุนให้มีประสิทธิภาพ คือการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบผลตอบแทนกับระดับความเสี่ยงที่ต้องรับ (Optimized Risk-Adjusted Return) ในขณะเดียวกัน ควรให้น้ำหนักมากเป็นพิเศษต่อสินทรัพย์ที่ทนทานและฟื้นตัวจากความผันผวนได้ดี

 

ข้อดีของการที่พอร์ตโฟลิโอการลงทุนมีสินทรัพย์มากกว่า 2 ประเภทขึ้นไป คือมีโอกาสมากขึ้นที่สินทรัพย์แต่ละชนิดจะเคลื่อนไหวไม่เหมือนกัน ซึ่งส่งผลให้เงินลงทุนทั้งก้อนมีความผันผวนน้อยกว่าการลงทุนเฉพาะสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ตลาดตกอย่างรุนแรง

 

นอกจากนี้จะต้องดูแนวโน้มราคาของสินทรัพย์ (Trend) หากสินทรัพย์ใดเป็นเทรนด์ขาขึ้นก็ควรเพิ่มเงินลงทุนในสินทรัพย์นั้น แต่ถ้าสินทรัพย์ใดเป็นขาลงก็ควรลดเงินลงทุนลง

 

คุณบุญนิเศรษฐ์ มองว่า การจัดการลงทุนโดยใช้ Best Expected Risk-Adjusted Returns และ Trend Principle สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นลงได้

DESIGNED AROUND YOU: โซลูชั่นเพื่อเป้าหมายการเงินระยะยาว

 

Session 3: ความท้าทายของการลงทุนในปัจจุบัน รวมถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์การเงิน UOB Pinnacle Principal Protect 5/14

 

ดร.ภูริต เหล่าศิริถาวร CFP® Senior Vice President Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ฉายภาพว่า การวางแผนทางการเงิน “ต้องวางเงินให้ถูกที่ และถูกทาง” โดยแบ่งเงินตามหน้าที่ 4 ด้าน ได้แก่

 

  • Growth การเติบโต
  • Liquidity สภาพคล่อง
  • Protection การคุ้มครอง
  • Legacy การส่งต่อความมั่งคั่ง

 

หากนำเงินก้อนที่ต้องการความมั่นคงไปฝากธนาคารหรือเก็บในตู้เซฟ แม้รู้สึกปลอดภัย แต่ความจริง “กำลังซื้อ” จะถูกเงินเฟ้อกัดกินจนขาดทุนทันที แต่หากนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในตลาดทุนโดยตรงก็ต้องแบกรับความเสี่ยงสูงและความผันผวนที่รุนแรง

 

ดร.ภูริต เปรียบการออกแบบทางการเงินเหมือนกับการจัดทีมฟุตบอลที่มีกองหน้า กองกลาง กองหลัง และต้องไม่ลืม “ผู้รักษาประตู” ซึ่งเป็นเงินด่านสุดท้ายที่รักษาเป้าหมายสำคัญในชีวิต ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะต้องปลอดภัยและไม่หาย

 

นวัตกรรมทางการเงินของยูโอบี และ พรูเด็นเชียล นำกลยุทธ์ความเสี่ยงแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Risk Strategy) มาใช้ ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนตรงทั่วไป เพราะมีตาข่ายรองรับความเสี่ยงขาลง เน้นคุ้มครอง “เงินต้น” และเชื่อมโยงกับดัชนีตลาดโลก (World Index) เพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้ช่วงขาลงมีตาข่ายรองรับเงินต้นไว้ และช่วงขาขึ้นก็เปิดโอกาสรับผลตอบแทนขึ้นตามตลาด

 

เงินที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์นี้ คือ เงินที่ต้องการรักษาเงินต้นจริงๆ สามารถสร้างกระแสเงินสดตามระยะ และมีความยืดหยุ่นในการส่งต่อให้ทายาท ผลิตภัณฑ์นี้คือ “สิ่งเติมเต็ม ให้ความมั่นคง เสริมสภาพคล่องบางช่วง และสร้างการเติบโต ในคราวเดียว”

 

คุณปิฎฐพงษ์ ก่อสุวรรณานนท์ CFP® Senior Manager Unit Linked & Financial Trainer – Distribution Academy พรูเด็นเชียล ประเทศไทย กล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ ยูโอบี พินนาเคิล พรินซิเพิล โพรเทค 5/14 (UOB Pinnacle Principal Protect 5/14) ดังนี้

 

  • เป็นโซลูชั่น Assure Linked ในรูปแบบประกันสะสมทรัพย์ ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี ความคุ้มครองยาว 14 ปี
  • การันตีคุ้มครองเงินต้น 100%
  • รับโอกาสเติบโตด้วยอัตราการมีส่วนร่วม (Participation Rate) สูงสุดถึง 250% (2.5 เท่า) จากดัชนีอ้างอิงระดับโลก BNP Paribas Compass Global Multi Asset RC8 Index  เช่น หากดัชนีมีผลตอบแทนเติบโตเฉลี่ย 2.5% ต่อปี ตลอดสัญญา 14 ปี การคูณผลตอบแทน 2.5 เท่า ทำให้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หากชำระเบี้ยประกันปีละ 1 ล้านบาท รวม 5 ล้านบาท เมื่อครบกำหนดสัญญาอาจได้เงินคืนเมื่อครบสัญญาประมาณ 10 ล้านบาท
  • รับเงินคืนทุกๆ 2 ปี ปีละ 1%
  • มีความยืดหยุ่นสูง หากผู้ลงทุนเสียชีวิตตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป จะได้รับความคุ้มครองเงินต้น 100% บวกผลตอบแทนดัชนีสะสม หากจำเป็นต้องเวนคืนกรมธรรม์ สามารถรับส่วนคูณผลตอบแทน 2.5 เท่า ได้ตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป
  • ตอบโจทย์เป้าหมายของเงิน “ระยะยาว”

 

งาน “Redefining The Pinnacle – Designed for What’s Next” ฉายภาพชัดเจนว่า การออกแบบการเงินยุคใหม่ ผู้ลงทุนสามารถอุ่นใจกับ “มั่นคง” ของเงินต้น พร้อมรับ “โอกาสการเติบโต” ของลงทุนไปด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats