×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

เรื่องต้องรู้...ก่อนลงทุนทอง

1,182

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

เวลาที่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน “ทองคำ” คือ ทางเลือกการลงทุนอันดับต้นๆ ที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจ แต่การลงทุนก็เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน ก่อนตัดสินใจลงทุน เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเสมอ

 

ผลตอบแทน

 

ทองคำเป็นทางเลือกการลงทุนที่บางช่วงให้ “ผลตอบแทน” สูง โดยปี 2562 ทองคำให้ผลตอบแทนทั้งปีสูงถึง 16.33%ต่อปี** ในขณะที่หุ้นไทยให้ผลตอบแทนทั้งปีเพียง 4.29%ต่อปี* จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ทองคำ” จะกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย

 

อย่างไรก็ตาม “ความผันผวน” หรือความไม่แน่นอนของผลตอบแทนทองคำในปี 2562 ก็สูงมากถึง 12.16%**  ในขณะที่หุ้นไทยที่เชื่อว่าทุกคนยอมรับว่าเสี่ยงสูงกลับมีความผันผวนที่น้อยกว่าเพียง 9.75%* เท่านั้น

 

 

ความเสี่ยงขาดทุน

 

เห็นทองคำมีผลตอบแทนสูงๆ ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนลงทุน เพราะใช่ว่าผลตอบแทนจะสูงอย่างปี 2562 ทุกปี หากพิจารณาผลตอบแทนในแต่ละปี ย้อนหลัง 10 ปี (ปี 2553 – 2562) พบว่าทองคำขาดทุนที่สุดในปี 2556 ที่ -25.85% ต่อปี ในขณะที่หุ้นไทยขาดทุนที่สุดในปี 2558 ที่ -11.23%ต่อปี เท่านั้น

 

หรือหากพิจารณาเฉพาะราคาทองคำในไทยย้อนหลัง 60 เดือน*** (ม.ค. 2558 – ธ.ค. 2562) พบว่า มีอยู่ 29 เดือน หรือเกือบครึ่งหนึ่ง ที่ราคาทองคำของเดือนนั้นต่ำกว่าเดือนก่อนหน้า โดยเดือนที่ขาดทุนที่สุดคือเดือน ธ.ค. 2559 ซึ่งขาดทุนจากเดือนก่อนหน้าถึง -23.69% (ขาดทุนทองคำบาทละ 2,100 บาท)

 

ในขณะที่หุ้นไทยมีเดือนที่ขาดทุนจากเดือนก่อนหน้า 24 เดือน (จาก 60 เดือน) โดยเดือนที่ขาดทุนที่สุดคือเดือน มิ.ย. 2561 ซึ่งขาดทุนจากเดือนก่อนหน้าเพียง -7.58% เท่านั้น

 

 

แบ่งตะกร้าเงินลงทุน

 

ทางเลือกลงทุนมีหลากหลายไม่ใช่แค่ทองคำ เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ฯลฯ แต่ละทางเลือกในแต่ละช่วงเวลาก็มีกำไรและขาดทุนที่ต่างกัน

 

อย่างช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ม.ค. 2558 – ธ.ค. 2562) ใน 29 เดือน ที่ทองคำขาดทุนจากเดือนก่อนหน้า จะมีอยู่ 17 เดือน ที่หุ้นไทยมีกำไร (มีเพียง 12 เดือน ที่ขาดทุนทั้งหุ้นและทองคำ) ดังนั้นหากมีการลงทุนในทองคำไทยและหุ้นไทยพร้อมกัน และมีการแบ่งสัดส่วนตะกร้าได้ดีพอ จะช่วยลดผลกระทบจากการขาดทุนได้ และยังไม่พลาดโอกาสการทำกำไรทั้งจากทองคำและหุ้นไทยได้อีกด้วย

 

 

ทยอยลงทุน

 

ที่เรียกว่า Dollar Cost Average (DCA) ด้วยการทยอยลงทุนในจำนวนเงินที่เท่าๆ กันทุกเดือน โดยไม่สนใจว่าตอนซื้อจะราคาเท่าไหร่ แค่มีความเชื่อว่าเมื่อนำราคาที่ซื้อทุกครั้งมาเฉลี่ยกันจะไม่ได้ราคาที่แพงจนเกินไป

 

ซึ่งวิธีการนี้ปัจจุบันทำได้ง่ายมากไม่ว่าจะเป็นการหักเงินฝากอัตโนมัติไปลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือนด้วยแผนการออมทองผ่านบริษัทที่ให้บริการแล้วแปลงไปเป็นทองจริงภายหลัง หรือลงทุนในกองทุนทองผ่านธนาคารต่างๆ ก็ได้

 

อยากรวยต้องลงทุน แต่ถ้าไม่อยากขาดทุนจนเงินหมด ต้องรู้จักศึกษาและลงทุนอย่างถูกวิธี

 

 

#WealthMeUp

 

* SET Total Return Index

** LBMA Gold Price AM adjusted by cost of FX hedging

*** ราคาสูงสุดในแต่ละเดือน ของทองแท่งประเทศไทยความบริสุทธิ์ 96.5%

 

Related Stories