×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

3 เหตุผล ที่ยังควรซื้อ LTF

1,241

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

แม้ปี 2563 จะซื้อเพิ่มไม่ได้แล้ว ก็ใช่ว่า LTF จะหมดความน่าสนใจซะทีเดียว เพราะยังมีอีกหลายเหตุผลที่ปีนี้ยังควรซื้อ LTF อยู่

 

ทางเลือกอื่น มีแต่ยาวกว่า

ทางเลือกลดหย่อนภาษีอื่นที่สั้นที่สุด คือ ประกันชีวิตที่มีสัญญา 10 ปี ซึ่งยาวกว่า LTF ที่ลงทุนเพียง 5 ปีเศษ (7 ปีปฏิทิน ) เกือบเท่าตัว แถมประกันชีวิตแบบที่จ่ายเบี้ยครั้งเดียว (single premium) ก็ไม่ได้มีขายทุกบริษัททุกช่องทาง

 

ยกเว้นคนที่อายุ 51 ปีขึ้นไป ที่ทางเลือก RMF อาจเป็นทางเลือกที่สั้นกว่า LTF เพราะใช้ระยะเวลาลงทุนเพียง 5 ปีเต็ม และลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีเท่านั้น

 

คาดหวังผลตอบแทนได้สูง

LTF เป็นกองทุนหุ้น ซึ่งผลตอบแทนมักใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) โดยจากข้อมูล 3 ปีย้อนหลัง หากมีการถือเงินลงทุน 5 ปี (เกือบๆ จะ 7 ปีปฏิทิน) แล้วทำการขายคืนในวันทำการแรกของปี 2562, 2561 และ 2560 จะได้ผลตอบแทนจาก SET TRI สูงถึง 8.32% ต่อปี 8.21% ต่อปี และ 12.19% ต่อปี ตามลำดับ

 

ซึ่งผลตอบแทนดังกล่าว ถือว่าสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ที่ IRR ส่วนใหญ่อยู่ที่ 2%-3% ต่อปี เท่านั้น

 

หลังไม่มี LTF หุ้นอาจไม่ตกอย่างที่คิด

หลายคนกังวลว่าหากไม่มีเงินใหม่ๆ ไหลเข้า LTF อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย แต่ถ้าลองมาดูข้อมูล ณ เดือน ส.ค. 2562 ซึ่งมูลค่าหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (SET) อยู่ ที่ 17.1 ล้านล้านบาท ในขณะที่มูลค่ากองทุน LTF ทั้งหมด 93 กองทุน จาก 21 บลจ. มีมูลค่า 3.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 2.29% ของมูลค่าตลาดฯ เท่านั้น เมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว หลายๆ คนน่าจะคลายความกังวลเรื่องนี้ลงได้

 

หรือหากใครยังกังวลว่าในช่วง 7 ปีปฏิทินนี้ LTF ที่ถืออยู่อาจขาดทุนได้ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยอื่นอย่างการเมืองในประเทศหรือเศรษฐกิจโลกก็ตาม ความกังวลนี้จะยิ่งลดลงในคนที่มีฐานภาษียิ่งสูง เช่น คนที่มีฐานภาษี 20% แม้ LTF จะมีขาดทุนบ้าง แต่ภาษีที่ได้คืนมาอาจจะคุ้มค่า หากการขาดทุนนั้นยังไม่ถึง 20%

 

แม้มีเหตุผลมากมายที่ปีนี้ยังควรซื้อ LTF อยู่ แต่อย่าลืมว่า LTF ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะคนที่ลงทุน LTF นอกจากต้องมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีแล้ว อย่างน้อยควรเป็นคนที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นได้ ถือเงินลงทุนได้ 7 ปีปฏิทินโดยไม่คิดขายคืนก่อนกำหนด และมีเงินสำรองในบัญชีเงินฝากแล้วไม่น้อยกว่า 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

 

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่ LTF ช่วยลดหย่อนภาษีที่จะยื่นในต้นปี 2563 ได้แน่นอน หากยังไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ก็อย่าเพิ่งทอดทิ้งทางเลือกดีๆ ที่เราคุ้นชินกันมานาน

 

 

#WealthMeUp

Related Stories