หลังราคา Bitcoin ร่วงหนัก 55% เมื่อเทียบกับราคาสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือนพ.ย. 2021 ($69,000) และทำให้คนถือ Bitcoin ถึง 40% ขาดทุนจากการลงทุน (ตามข้อมูลของ Glassnode) ขณะที่เดือนเม.ย. 2022 เพียงเดือนเดียวราคา Bitcoin ก็ปรับลงถึง 15.5% และล่าสุด (10 พ.ค. 2022) ราคา Bitcoin ก็หลุด $30,000 ก่อนจะฟื้นกลับมายืนใกล้ระดับ $30,500 ในช่วงเช้าของวันนี้ (11 พ.ค. 2022)
ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า 18% ของ GDP โลก หลายคนคงคาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้จีนจะทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เหมือนตอนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ที่รัฐบาลจีนออกมาตรการช่วยเหลือทางการคลัง 4 ล้านล้านหยวน ($586,000 ล้านดอลลาร์) พร้อมทั้งมาตรการปล่อยกู้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งคู่ค้าสำคัญอย่าง ออสเตรเลียและบราซิลได้รับอานิสงส์ไปด้วย รวมถึงปี 2016 ที่รัฐบาลจีนก็ใช้นโยบายการคลังในการฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทัพย์ในประเทศ
“หุ้น-คริปโต” ไม่ใช่แค่แดง…แต่ “ไหม้เกรียม”DJIA ลดลง 12% จากระดับสูงสุด 52 สัปดาห์ และร่วงลงใน 1 วันมากที่สุดนับแต่ปี 2020 S&P500 ร่วงลงต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 5 ต่ำกว่า 4,000 จุด และแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2021 Nasdaq แตะระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2020 Bitcoin แตะระดับต่ำที่สุดนับแต่เดือนก.ค. 2021 (ครั้งล่าสุดที่ร่วงหลุด $30,000 แตะ $29,839.80) และถือเป็นการปรับลงประมาณ 53% จากระดับสูงสุดที่เคยทำไว้
ผลจากการขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ของ FED เพื่อหวังสกัดเงินเฟ้อเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่มูลค่าลดลงกว่า $1 ล้านล้าน ใน 3 วันทำการ ส่วนหุ้นที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดอย่าง Apple มูลค่าหายไปกว่า $220,000 ล้าน เนื่องจากนักลงทุนหันไปสนใจหุ้นกลุ่มปลอดภัยในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น Campbell Soup, General Mills และ J.M. Smucker แทน
ราคา Bitcoin ในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วงหนัก หลุด $34,000 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน แตะ $33,913 และหากนับตั้งแต่ต้นปีราคา Bitcoin ร่วงลงแล้วกว่า 25% โดย Rick Bensignor อดีตผู้บริหาร Morgan Stanley ระบุว่า ตอนนี้ Bitcoin ขาดแรงหนุนและมีโอกาสที่จะปรับลงแรงกว่าระดับปัจจุบัน
Bill Gates มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลก (ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน $1.23 แสนล้าน) ยอมรับกังวลดอกเบี้ยขาขึ้นจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ในขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการระบาด COVID-19 ยังไม่จบง่ายๆ