จากเดิมที่การเรียนจบมหาวิทยาลัยถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การมีงานทำ แต่วันนี้เด็กจบใหม่ต้องเจอกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป ทั้งจากเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความต้องการของนายจ้าง ทำให้การมีเพียง “ใบปริญญา” อาจไม่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นทำงานได้
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า การจ้างงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้มีงานทำ 41.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.1% จากไตรมาส 2 ปี 2568 ตามการขยายตัวของการจ้างงานทั้งในภาคเกษตรกรรมและนอกภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะสาขาก่อสร้างที่ขยายตัวสูงสุด
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “อยู่ราชการต่อ หรือ ลาก่อนดี” ใน 4 ประเด็นสำคัญ
ในยุคที่ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานในหลายอาชีพ เทคโนโลยีที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ผู้ช่วย” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแรงเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลก รวมถึงประเทศไทย
คำถามนี้กำลังมีความหมายมากขึ้นในวันที่ประเทศไทยและภูมิอาเซียนกำลังก้าวสู่ “สังคมสูงอายุขั้นสุดยอด” (Super-Aged Society) อย่างรวดเร็ว โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมเดิมที่เคยขับเคลื่อนด้วยแรงงานหนุ่มสาวกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก สถานการณ์นี้ไม่ใช่วิกฤตทางงบประมาณ หรือภาระด้านสวัสดิการทางสังคม แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องช่วยกันรื้อฟื้นศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่มากด้วยประสบการณ์ให้กลับมาเป็นฟันเฟืองหลักอีกครั้ง
หลายคนเติบโตมากับความเชื่อที่ว่า “ถ้าได้ทำงานที่รัก ชีวิตจะมีความสุข” แม้คำพูดนี้ไม่ผิด แต่อาจไม่จริงทั้งหมด เพราะในโลกการทำงานจริง คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้เริ่มจากงานในฝัน บางคนอาจเลือกงาน เพราะรายได้ โอกาส หรือความจำเป็นของชีวิต