×

Wealth Me Up ใช้แรงทำเงิน

รู้ลึกซึ้ง รู้จักต่อยอด เคล็ดลับบอส Go-Jek

2,560

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

เคยไปกรุงจาการ์ต้าของอินโดนีเซียกันมั้ย?

 

ถ้าเคยไป สิ่งหนึ่งที่เห็นกันชัดๆ แทบจะทันทีก็คือ “รถติด” แบบสุดๆ จนแอบคิดว่ารถติดในกรุงเทพกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไป เพราะเรายังมีระบบขนส่งสาธารณะแบบอื่นให้เลือกใช้ได้อีก รถติดแบบสาหัสขนาดนั้นถือเป็น “pain point” หรือปัญหายุ่งยากสำหรับชาวอิเหนา แต่ก็กลายเป็นช่องทางทำธุรกิจของคนที่มองเห็นโอกาสอย่าง ‘Nadiem Makarim’ ผุดธุรกิจสตาร์ทอัพ ‘Go-Jek’ แอพพลิเคชั่นให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเมื่อปี 2553 ซึ่งตอนนั้นเขามีแค่คอลล์เซ็นเตอร์เล็กๆ และคนขี่มอเตอร์ไซค์ 20 คนเท่านั้น

 

Nadiem คิดปลุกปั้นธุรกิจนี้ขึ้นมาสมัยที่เขาทำงานประจำกับบริษัทที่ปรึกษา McKinsey and Co. สาขาจาการ์ต้า เขาใช้ปมปัญหาจากประสบการณ์ตัวเองที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนด้วยมอเตอร์ไซค์ท่ามกลางจราจรที่แสนจะติดขัดในจาการ์ต้า และคิดว่าคงจะดีถ้ามีแอพพลิเคชันที่เป็นสื่อกลางระหว่างคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างและคนใช้บริการ จึงเป็นที่มาของโครงการ Go-Jek ซึ่งช่วงแรกๆ ธุรกิจก็ไปเรื่อยๆ ไม่ได้เติบโตหวือหวา เพราะ Nadiem เองก็ต้องให้เวลากับการเรียนต่อ MBA และทำงานประจำกับบริษัทอื่นไปด้วย จนกระทั่งกลางปี 2557 เริ่มมีนักลงทุนมาแสดงความสนใจลงขันเพื่อปลุกปั้น Go-Jek อย่างจริงจัง Nadiem จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทุ่มเทเวลากับ Go-Jek อย่างเต็มที่

หัวใจสำคัญที่ทำให้เขาสามารถพา Go-Jek ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ก็คือ ความเข้าใจตลาดอินโดนีเซียและชาวอินโดนีเซีย สิ่งที่อยู่ในใจของ Nadiem มาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจคือ ตลาดอินโดนีเซีย เขาเข้าใจธรรมชาติของตลาด รู้ว่าชาวอิเหนาชอบอะไร อยากได้อะไร ทำให้สามารถพัฒนานวัตกรรมและบริการต่างๆ ให้เหมาะสมกับคนท้องถิ่นมากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่ Go-Jek ต่อกรกับบริการรูปแบบคล้ายกันอย่าง ‘Grab’ และ ‘Uber’ ได้สบายๆ

 

แม้จะยึดมั่นกับตลาดเดียวแต่อินโดนีเซียก็เป็นตลาดขนาดใหญ่มโหฬารมีผู้บริโภคมากถึง 250 ล้านคน แถม Go-Jek ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่บริการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ยังแตกไลน์บริการอื่นๆ อีกสารพัดที่ชาวอินโดนีเซียต้องการ เช่น  บริการส่งอาหาร ชำระเงิน บริการนวด บริการทำเล็บ ด้วยความสามารถ “ตอบโจทย์คนท้องถิ่นได้โดนใจ” แบบนี้ Nadiem ก็เลยไม่กลัวคู่แข่งต่างชาติที่จะเข้ามาบุกตลาดนี้เลย และนี่คือจุดแข็งสำคัญที่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้สามารถพาธุรกิจของเขาฝ่าฟันต่อสู้กับคู่แข่งต่างชาติจนยืนอยู่แถวหน้าของวงการในทุกวันนี้

 

ข้อคิดสำคัญที่ได้จากเรื่องนี้ก็คือ อย่ากลัวนักธุรกิจต่างแดน เพราะไม่มีใครเข้าใจความต้องการของคนไทย รู้จักตลาดไทย ได้ดีเท่าคนไทย!

 

#WealthMeUp

 

Related Stories

amazon anti fatigue mats