×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

เทคนิครีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

1,750

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีและการพัฒนาด้านการขนส่ง ทำให้เกิดความสะดวกสบายด้านการบริการมากขึ้น แต่มีหลายคนที่ไม่เคยสังเกตพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง โดยเฉพาะการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ทำได้แสนง่ายดาย เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถซื้อสินค้าได้สำเร็จ มารู้ตัวอีกที คือ หนี้ที่ต้องจ่ายเกินกำลังไปแล้ว

 

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ระบุว่าในปี 2561 คนไทยกว่า 21 ล้านคน หรือ 30% ของประชากรทั้งหมด “มีหนี้” โดยกลุ่มที่เป็นหนี้มากที่สุด คือ วัยเริ่มทำงาน อายุ 25 – 35 ปี และกว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุ 30 ปี มีหนี้จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและหนี้บัตรเครดิต

 

“หนี้บัตรเครดิต” จึงเป็นปัญหายอดนิยมสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบัน เพราะการที่ผู้ใช้ขาดวินัยและความระมัดระวัง จนนำไปสู่ภาวะการมีหนี้สินเรื้อรังยากต่อการแก้ไขในอนาคต บัตรเครดิตมีดอกเบี้ยกว่า 18 – 28% ต่อปี และคำนวณเป็นรายวัน

 

ดังนั้น หากใช้วิธีการผ่อนจ่ายชำระขั้นต่ำไปเรื่อยๆ จะนำไปสู่การมีหนี้สินไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งไปกว่านั้นหากใช้การบริหารการเงินที่ผิดวิธี เช่น กดเงินสดจากบัตรเครดิตใบใหม่เพื่อนำมาชำระหนี้บัตรเครดิตใบเดิม จะยิ่งทำให้ดอกเบี้ยจ่ายพอกพูนไม่หมดสิ้น

 

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการหนี้บัตรเครดิต คือ ใช้คติ หยุดสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ แบนหนี้เก่า” นั่นคือ รู้จักจัดการกับหนี้สินให้ถูกวิธี หยุดสร้างหนี้เพิ่ม รีไฟแนนซ์หนี้เดิมให้ดอกเบี้ยต่ำลง และลดหรือโปะหนี้เก่าให้หมดไปในที่สุด

 

ดังนั้น เทคนิคการ “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต” จึงเป็นอีกวิธีที่สามารถใช้ในการจัดการกับหนี้บัตรเครดิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คือ การขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินเดิมหรือสถาบันการเงินใหม่ที่จ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิมแล้วนำมาชำระหนี้บัตรเครดิตเดิมทั้งหมด ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ หรือเรียกว่า โปะหนี้บัตรหรือปิดบัตรเครดิต

 

หากมีหนี้จากบัตรเครดิตหลายบัตร การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจะเป็นการรวมหนี้มาไว้ด้วยกันในแหล่งเดียว แล้วผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง วิธีนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนต่อเดือน และใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานขึ้น ทำให้ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินมากยิ่งขึ้น โดยกระบวนการมี ดังนี้

 

ประมาณการหนี้บัตรเครดิตที่มีทั้งหมด

 

เพื่อนำไปขอสินเชื่อส่วนบุคคล โดยการตั้งวงเงินสินเชื่อควรตั้งเผื่อให้มากกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เนื่องจากบางครั้งสถาบันการเงินอาจพิจารณาให้สินเชื่อไม่เต็มจำนวน ทั้งนี้หากวงเงินขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่ได้ต่ำกว่าหนี้สินทั้งหมด วิธีการ คือ ให้เลือกนำเงินขอสินเชื่อที่ได้ไปชำระหนี้หรือปิดบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยที่แพงที่สุดก่อน เพื่อป้องกันดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มพูนในอนาคต

 

ยื่นสมัครขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน

 

โดยควรเลือกจากแหล่งที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด พิจารณาโปรโมชัน ระยะเวลาการผ่อนชำระ และเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบ เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์และความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง ระยะเวลาในการผ่อนมีตั้งแต่ 18 – 60 เดือน ทำให้ผู้กู้สามารถยืดหยุ่นการผ่อนชำระได้ตามกำลังความสามารถ

 

ปัจจุบันมีธนาคารหรือสถาบันการเงินหลายแห่งมีโปรโมชั่น

 

สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อจูงใจลูกค้าให้มาสมัคร เช่น ให้วงเงินกู้สูงสุด 3 – 5 เท่าของรายได้ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน การลดดอกเบี้ยพิเศษ หรือฟรีค่าธรรมเนียม เป็นต้น

 

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้สามารถจัดการหนี้สินที่เกินความสามารถในการจ่าย ให้สามารถผ่อนชำระต่อเดือนได้ลดลง ทำให้การใช้จ่ายในครัวเรือนมีสภาพคล่องมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการวางแผนใช้จ่ายเงินในอนาคตต่อไปด้วย เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวและไม่เกิดปัญหาการมีหนี้สินท่วมตัวอีก

 

เทคนิคในการวางแผนทางการเงิน 

 

  • การจดบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายเป็นประจำ 

 

ทำให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองได้ดีขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นการมีวินัยทางการเงิน ทำให้รู้ว่ารายได้น้อยไปหรือค่าใช้จ่ายมากไปหรือไม่ ควรตั้งเป้าหมายให้มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

 

  • แยกค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น 

 

ควรตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนต้องการใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความปรารถนาของตัวเอง แต่หลักการ คือ ควรใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างพอดีและมีสติ เพราะเมื่อสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง จะทำให้มีเงินออมมากขึ้น

 

  • วางแผนสร้างเงินออม 

 

เมื่อสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว ควรหมั่นสร้างเงินออมให้เพิ่มพูน และแบ่งเงินออมเอาไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน หากมีเงินออมคงเหลือควรนำเงินออมไปลงทุนต่อยอดให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นไปอีก

 

การสร้างวินัยทางการเงิน เป็นหัวใจสำคัญที่สามารถช่วยให้แผนการใช้จ่ายเงินเป็นระบบ รวมถึงจัดการกับหนี้สินได้อย่างเหมาะสมตามคติ “หยุดสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ แบนหนี้เก่า” และสร้างเงินออมให้เกิดดอกผลงอกเงยขึ้น เชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายทางการเงินคงจะไม่ไกลจากความเป็นจริงอย่างแน่นอน

 

 

#WealthMeUp

 

ที่มาข้อมูล : https://www.set.or.th/set/education/knowledgedetail.do?contentId=6937&type=article

Related Stories