×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

8 หุ้น กำไรต่อหุ้นเติบโตต่อเนื่อง

590

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่บรรทัดสุดท้ายของงบกำไร (เบ็ดเสร็จ) เป็นตัววัดผลการดำเนินงานเพื่อให้ทราบว่างวดนั้นๆ ผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทนเท่าไร นอกจากนี้กำไรต่อหุ้นจะมีผลต่อการตัดสินใจต่อนักลงทุนว่าจะซื้อหรือขายหุ้น และที่สำคัญเป็นองค์ประกอบต่อการประเมินศักยภาพ การบริหารงานของผู้บริหาร

 

กำไรต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารมีความสามารถในการบริหารกิจการแล้วสร้างผลกำไรได้เป็นอย่างไร ซึ่งจะดูว่าผู้บริหารทำงานดีแค่ไหนอาจจะดูที่ การบริการยอดขาย บริหารต้นทุนได้ดีแค่ไหน

 

ขณะเดียวกัน เมื่อบริหารงานแล้ว ผลกำไรที่ทำได้นั้น “จ่าย” ให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอและเติบโตได้มากน้อยแค่ไหน หมายความว่า นอกจากผู้บริหารจะบริหารให้มีประสิทธิภาพแล้ว ต้อง “ไม่ทิ้งผู้ถือหุ้น” อีกด้วย

 

กำไรต่อหุ้นเป็นตัวบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการสร้างกำไรให้กับเจ้าของกิจการ (ผู้ถือหุ้น) ได้มากน้อยแค่ไหน หรือกำไรต่อหุ้นเติบโตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะคืนทุนให้กับผู้ถือหุ้นได้เร็วเท่านั้น ซึ่งจากการสังเกตหุ้นที่มีการเติบโตกำไรต่อหุ้นสม่ำเสมอ จะจ่ายเงินปันผลเสม่ำเสมอตามไปด้วย

 

งเช่น นักลงทุนซื้อหุ้น XYZ ในปี 2563 จำนวน 1 หุ้น ด้วยเงินลงทุน 1 บาท ในปีนั้นบริษัทนำเงินของนักลงทุนไปดำเนินธุรกิจ และสามารถสร้างกำไรต่อหุ้นได้ 28 สตางค์ หมายความว่า ลงทุน 1 บาท ได้ผลตอบแทน 28 สตางค์ โดยผลตอบแทนนี้เป็นการมองในแง่ผู้ถือหุ้น (เป็นเจ้าของกิจการ) โดยยังไม่มองถึงการจ่ายเงินปันผล

 

สำหรับสูตรการคำนวณหากำไรต่อหุ้น โดยกำไรสุทธินั้นได้มาจากรายได้หักด้วยค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัทบางแห่ง กำไรอาจจะไม่เติบโตมากมายอะไรนัก แต่ว่าสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ทำให้กำไรสุทธิออกมาดีได้ เช่น ยอดขายไม่เติบโต ก็ไปลดต้นทุน เมื่อลดต้นทุนได้ดี ขณะที่ยอดขายไม่เติบโตก็ทำให้กำไรสุทธิดูดีได้

 

อย่างไรก็ตาม หากดูกำไรต่อหุ้นช่วง 1 – 2 ปีย้อนหลัง ถ้าหากบริษัทมีกำไรจากรายการพิเศษ เช่น กำไรจากการขายสินทรัพย์ หรือมีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ ดังนั้น ถ้าดูกำไรต่อหุ้นในช่วงสั้นๆ อาจจะไม่สามารถบอกได้ว่าบริษัทมีศักยภาพในการบริหารงานอย่างแท้จริง

 

ดังนั้น การดูการเติบโตอย่างสม่ำเสมอของกำไรต่อหุ้นควรจะดูย้อนหลัง 5 ปีขึ้นไป เพื่อที่จะได้ตัดบริษัทบางแห่งที่มีกำไรจากรายการพิเศษออกไปได้ และการดูย้อนหลังไปหลายๆ ปี สะท้อนถึงศักยภาพในระยะยาวได้ดีในระดับหนึ่งว่ากำไรต่อหุ้นเป็น Uptrend ตลอดเวลา

 

ดังนั้น หุ้นที่ได้ขึ้นชื่อว่าทำกำไรต่อหุ้นเติบโตอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นหุ้นที่ไว้วางใจในเรื่องความปลอดภัยในระดับหนึ่งว่าลงทุนไปแล้ว สามารถถือเพื่อรอรับเงินปันผลไปเรื่อยๆ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่มี “เงินเย็น” ต้องการลงทุนหุ้นระยะยาว

 

 

#WealthMeUp

Related Stories