×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

3 เหตุผลต้องโปะบ้านก่อน LTF

3,966

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

หลายคนมักชั่งใจว่าหากมีเงินเหลือจะไปโปะหนี้บ้านหรือลงทุน LTF ก่อนดี แต่เชื่อหรือไม่ การนำเงินไปโปะบ้านมีดีกว่าการซื้อ LTF มากมาย ได้แก่

 

ได้ผลประโยชน์แน่นอน

การโปะบ้านช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ในจำนวนที่แน่นอน เช่น หากอัตราดอกเบี้ยบ้านอยู่ที่ 5% ต่อปี เงิน 1 แสนบาทที่นำไปโปะวันนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยได้ทันทีในปีแรก ประมาณ 5,000 บาท แม้อัตราดอกเบี้ยที่ว่าจะอ้างอิงตาม MRR หรือ MLR (ลอยตัว) แต่โดยปกติ MRR/MLR อาจเปลี่ยนแปลงแค่ปีละไม่กี่ครั้ง หรือไม่เปลี่ยนแปลงไปหลายปีเลย ดังนั้นจึงแทบมั่นใจได้ว่าการโปะบ้านจะเห็นผลประโยชน์ปีแรกในจำนวนที่แน่นอน

 

การลงทุน LTF ผลประโยชน์ที่ได้ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ (1) สิทธิทางภาษี ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่แน่นอน ตามฐานภาษีของแต่ละคน และ (2) ผลการดำเนินกองทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน บางปีอาจได้กำไรมาก แต่บางปีก็อาจขาดทุนได้ไม่น้อยเช่นกัน

 

ลดดอกเบี้ยได้ยาวทุกปี

เพราะภาระดอกเบี้ยบ้านถูกคิดตามหนี้คงค้างจริงในแต่ละวันหรือแต่ละเดือน ดังนั้นหากโปะบ้านด้วยเงิน 1 แสนบาท ผลประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ลดลงจะได้รับนับตั้งแต่วันที่โปะและได้รับต่อเนื่องจนหนี้นั้นสิ้นสุดลง เช่น หากภาระดอกเบี้ยลดลงปีละ 5,000 บาท เมื่อรวม 5 ปีแล้ว ภาระดอกเบี้ยจะลดลงรวม ประมาณ 25,000 บาท

ส่วนสิทธิภาษีจาก LTF จะเกิดขึ้นเฉพาะปีแรกที่ลงทุนเท่านั้น เช่น ด้วยเงินลงทุน 1 แสนบาท คนฐานภาษี 25% จะได้รับผลประโยชน์ทางภาษี 25,000 บาท แต่หากฐานภาษี 15% จะได้รับผลประโยชน์ทางภาษีเพียง 15,000 บาทเท่านั้น

 

หากเปรียบเทียบที่ระยะเวลา 5 ปีเศษ (หรือ 7 ปีปฏิทิน) พบว่าการโปะหนี้บ้านที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปีจะได้ผลประโยชน์เทียบเท่าการซื้อ LTF ของคนฐานภาษี 15% (3%x5ปี) และ 5%ต่อปี เทียบเท่าคนฐานภาษี 25% (5%x5ปี) โดยยังไม่พิจารณาถึงความเสี่ยงและโอกาสจากการลงทุนที่มีความไม่แน่นอน

 

มีโอกาสดึงเงินกลับมาใช้ใหม่

หลายคนอาจกังวลว่า หากนำเงินไปโปะบ้านแล้ว อนาคตมีความจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมาจะทำอย่างไร สำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ หากมีประวัติผ่อนชำระที่ดี ไม่มีภาระหนี้มากเกินไป และผ่อนมาระยะเวลาหนึ่ง เช่น 3 ปี มักมี 2 ทางเลือก ในการนำบ้านนั้นไปใช้ขอกู้เงินออกมา ได้แก่ (1) ขอรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินแห่งใหม่ หรือ (2) ขอกู้ส่วนที่ได้ชำระไปแล้วจากสถาบันการเงินแห่งเดิม

 

ส่วน LTF เมื่อลงทุนไปแล้ว ต้องถือเงินลงทุนดังกล่าวไปไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทินจึงจะสามารถขายคืนเพื่อนำเงินออกมาใช้ได้ 

 

โปะบ้านอาจไม่เห็นผลประโยชน์ที่หวือหวา แต่เป็นผลประโยชน์ที่แน่นอนและเห็นผลได้ทันที

 

 

#WealthMeUp

Related Stories