×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

"NFT" เหรียญดิจิทัลมาแรง

1,562

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

NFT หรือ Non-Fungible Token เป็นเหรียญดิจิทัล (Digital Token) ใน Blockchain มีลักษณะคล้ายกับสกุลเงิน Cryptocurrencies เช่น Bitcoin, Dogecoin หรือ Ethereum แต่ NFT ถูกพัฒนามาเพื่อใช้แลกเปลี่ยน และซื้อขายงานด้านดิจิทัล (Digital Works) ชนิดต่าง ๆ เช่น รูปวาด, ภาพถ่าย, หนังสือพร้อมลายเซ็น, เพลง หรือสิ่งอื่น ๆ ที่อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ พูดง่าย ๆ คือ NFT ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนซื้อขายงานด้านดิจิทัล โดยเป็นการซื้อขายสิทธิการเป็นเจ้าของโทเคน ที่แสดงถึงผลงานชิ้นนั้น โดยไม่จำเป็นต้องมีผลงานต้นฉบับในมือ

 

ถ้าหากสนใจเข้าไปในโลก NFT ไม่ยาก เริ่มจากเปิดบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลกับผู้ให้บริการตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) จากนั้นก็ซื้อเงินสกุล Ethereum (ETH) เนื่องจาก NFT ซื้อขายกับเงินสกุล Ethereum เป็นหลัก

 

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ NFT เป็นโทเคนดิจิทัลที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นที่สามารถจับต้องได้ ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอื่นสามารถแปลงค่าเป็นเงินเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสินค้าได้ ผ่าน Crypto Card หรือบัตรมาสเตอร์การ์ดได้ ดังนั้น NFT แต่ละโทเคนจะมีมูลค่าไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับผลงานชิ้นนั้น ๆ

 

กลไก NFT

 

  • ฝั่งผู้ขาย

 

จะนำผลงานที่ต้องการนำมาแปลงเป็น NFT ให้อยู่ในรูปไฟล์ดิจิทัล หรือสแกน ถ่ายรูปเพื่อให้ผลงานนั้นเป็นรูปแบบไฟล์ดิจิทัล จากนั้นก็ส่งไฟล์งานเข้าสู่เว็บไซที่เป็นตลาดซื้อขาย NFT (เช่น Rarible, Mintable, OpenSea, NBA Top Shot) พร้อมทั้งให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลงานนั้น เช่น ประวัติผลงาน ขนาดของผลงานจริง ขนาดไฟล์ดิจิทัล เป็นต้น โดยสามารถตั้งราคาขายตายตัวหรือระบบประมูลก็ได้ จากนั้นก็รอว่าจะมีผู้สนใจหรือไม่ ที่สำคัญสามารถใส่ค่าตอบแทนหรือค่าลิขสิทธิ์ กรณีมีการขายผลงานนี้ในครั้งถัด ๆ ไป

 

  • ฝั่งผู้ซื้อ

 

เข้าไปซื้อสกุลเงินดิจิทัลเพื่อเตรียมการลงทุนในโทเคนผลงานดิจิทัล (ควรเป็นเงินสกุล Ethereum) เมื่อสนใจก็เสนอคำสั่งซื้อตามที่ผู้ขายตั้งราคาไว้ (หรือทำการประมูลหากเป็นระบบประมูล) ถ้าซื้อได้ก็จ่ายผ่านเหรียญดิจิทัล ผ่าน Blockchain (อาจมีค่าธรรมเนียมการลงทุนหรืออื่น ๆ เพิ่มเติม) เพียงเท่านี้ก็จะได้เป็นเจ้าของงานด้านดิจิทัล โดยระบบ Blockchain จะเป็นตัวยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของงานด้านดิจิทัลที่แท้จริง จึงยากที่จะปลอมแปลงหรือเปลี่ยนเจ้าของ (โดยไม่ได้รับอนุญาต)

 

ทำไม NFT ถึงป๊อปปูล่าร์

 

เมื่อมีผู้ที่สนใจงานด้านดิจิทัลนี้ก็จะทำให้เกิดการซื้อขายขึ้นในตลาดและก่อให้เกิดมูลค่าในอนาคต โดยฝั่งผู้ซื้อที่ชอบ NFT ส่วนหนึ่งเพราะเป็นตัวเลือกการลงทุนในอนาคต เพราะถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ผู้ซื้อสามารถขายและทำกำไรได้ ซึ่งไม่ต่างไปจากการลงทุนอื่น ๆ

 

ส่วนฝ่ายผู้ขายก็มีตลาดขายตรงสำหรับการขายงานของตัวเอง (แทนที่จะต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง) นอกจากนี้ ยังสามารถกำหนดราคาขายตามที่ต้องการได้อีกด้วย และยังสามารถได้รับค่าลิขสิทธิ์ทุกครั้งที่มีผู้ซื้อหรือขาย NFT ครั้งถัด ๆ ไป

 

ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 มีมีนักสะสมไม่ประสงค์ออกนาม ซื้อภาพดิจิทัล นิตยสารการ์ตูนไทย “ขายหัวเราะ” ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2516 พร้อมลายเซ็น วิธิต อุตสาหจิต บรรณาธิการของขายหัวเราะ โดยมีมูลค่า 17.3 ETH หรือ 34,492.74 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,074,000 บาท

 

  • ข้อดีของ NFT

 

ถ้าเอ่ยถึงข้อดีของ NFT ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ เป็นการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เช่น หากขายผลงานดิจิทัลได้และได้รับค่าลิขสิทธิ์ทุกครั้งที่มีผู้ซื้อหรือขาย NFT ครั้งถัด ๆ ไป แสดงว่าหากมีการซื้อขายในครั้งถัด ๆ ไป ก็จะได้รับค่าลิขสิทธิ์ไปเรื่อย ๆ แสดงว่าผลงานนี้ได้สร้าง Passive Income อย่างแท้จริง

 

หรือ NFT เป็นศูนย์กลางการซื้อแห่งโลกดิจิทัล โดยฝั่งผู้ขายก็สามารถได้ปล่อยของผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างเต็มที่แต่ยังไม่มีตลาดรองรับผลงาน ส่วนฝ่ายผู้ซื้อก็สามารถเลือกช้อปผลงานดิจิทัลที่ตัวเองสนใจและเชื่อว่าจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

 

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats