×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

ค่าเงินยูโร-ดอลลาร์ ใกล้แตะ 1:1 ครั้งแรกใน 2O ปี

311

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ค่าเงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐ (EUR-USD) ล่าสุดแตะ $1.05 ต่อยูโร นับเป็นครั้งแรกที่ค่าเงิน 2 สกุลหลักเคลื่อนไหวใกล้เคียงกันที่สุดในรอบ 20 ปี โดยค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากเดือนมิ.ย. 64 ค่าเงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐยังอยู่ที่ $1.22 ต่อยูโร

สาเหตุที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า มาจากหลายปัจจัย ทั้งความกังวลปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ปัญหาซัพพลายเชน การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงมาตราการการเงินแบบตึงตัว ส่งผลให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Assets)

 

นอกจากนี้นโยบายทางการเงินที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางในยุโรป (ECB) ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินของทั้งสองสกุล โดยต้นเดือนที่ผ่านมา Fed ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของปี และเป็นการขึ้นดอกเบี้ยระดับ 0.50% ครั้งแรกในรอบ 20 ปี

 

เพื่อหวังสกัดเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ในขณะที่ Jerome Powell มุ่งมั่นที่ขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ เพื่อลดอัตราเงินเฟ้อให้ลงมาอยู่ในระดับที่จัดการได้ โดยมีเป้าหมายที่ 2%

 

ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย แม้กลุ่มประเทศในยุโรปจะเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อสูงแล้วก็ตาม แต่ก็มีการส่งสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าการดำเนินนโยบายแบบประนีประนอมในยุโรปได้สิ้นสุดลงแล้ว Francois Villeroy de Galhau ผู้กำหนดนโยบายของ ECB ระบุเมื่อต้นสัปดาห์ว่าการอ่อนค่าของเงินยูโร ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าและโภคภัณฑ์ในสกุลดอลลาร์สหรัฐพุ่งสูงขึ้น และจะยิ่งเป็นแรงผลักให้เงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นไปอีก

 

ขณะที่ Sam Zief จาก JPMorgan Private Bank ระบุว่าสถานการณ์ค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงนี้ บ่งชี้ว่าการคาดหวังการเติบโตทางเศรษฐกิจในยูโรโซนลดน้อยลง เมื่อเทียบกับฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งคล้ายกับตอนที่เกิดในช่วงเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่ผ่านมา

 

#WealthMeUp

 

ที่มา:

 

Related Stories

amazon anti fatigue mats