×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

All Weather Portfolio + Bitcoin ฉบับ Ray Dalio

1,055

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Facebook | Line Youtube | Instagram

 

กลยุทธ์พอร์ตลงทุน All Weather Portfolio คือ การลงทุนระยะยาว หัวใจสำคัญอยู่ที่การกระจายการลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงคล้ายกับการจัดพอร์ตแบบเชิงรับ (Passive Income) โดยจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตามภาวะตลาด 

 

สำหรับสูตรการลงทุนที่ Ray Dalio สามารถเอาชนะตลาดได้ทุกสภาวะ โดยเฉพาะช่วงตลาดผันผวน คือ การจัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ด้วยการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายอุตสาหกรรม โดย Ray Dalio อธิบายว่าสูตรดังกล่าวจะสามารถช่วยลดความเสี่ยง เพราะการกระจายความเสี่ยงเป็นผลมาจากการที่สินทรัพย์แต่ละประเภทมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน รวมถึงสินทรัพย์แต่ละประเภทยังมีความผันผวนทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไป เช่น บางอุตสาหกรรมอาจเติบโตดีในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่บางอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบ โดยเคล็ดลับสำคัญหนึ่งที่ทำให้เขาเอาชนะตลาดในช่วงตลาดผันผวน คือ การลดความเสี่ยงให้ต่ำที่สุด

 

ข้อมูลล่าสุด (31 มีนาคม 2566) พอร์ตลงทุน All Weather Portfolio มีสัดส่วนลงทุน ดังนี้ 

 

  1. หุ้น (30%) ลงทุนในกองทุน ETF Vanguard Total Stock Market (VTI) ลงทุนในหุ้นสหรัฐอเมริกา ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก
  2. ตราสารหนี้ (55%) โดย 40% ลงทุนในกองทุน ETF iShares 20+ Year Treasury Bond (TLT) ลงทุนตราสารหนี้สหรัฐระยะยาว อีก 15% ลงทุนกองทุน ETF iShares 3–7 Year Treasury Bond (IEI) ลงทุนตราสารหนี้สหรัฐอเมริการะยะปานกลาง
  3. สินค้าโภคภัณฑ์ (15%) โดย 7.50% ลงทุนในกองทุน ETF SPDR Gold Trust เน้นลงทุนทองคำแท่ง ส่วนอีก 7.50% ลงทุนในกองทุน ETF iShares S&P GSCI Commodity Indexed Trust เน้นลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ โลหะมีค่า โลหะอุตสาหกรรม 

 

ผลลัพธ์ของพอร์ตลงทุน All Weather Portfolio (31 มีนาคม 2566) ปราฏว่าผลตอบแทน (เฉลี่ยต่อปี) 30 ปี, 20 ปี, 10 ปี, 5 ปี, 3 ปี, 1 ปี และ 6 เดือน อยู่ที่ระดับ 7.28%, 6.84%, 4.62%, 4.50%, 2.15%, -10.05% และ 8.44% ตามลำดับ

 

อย่างไรก็ดี ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา Ray Dalio ตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin พอร์ตลงทุนจึงเรียกว่า All Weather Portfolio + Bitcoin ซึ่งมีสัดส่วนลงทุน ดังนี้

 

  1. หุ้น (30%) ลงทุนในกองทุน ETF Vanguard Total Stock Market (VTI) 
  2. ตราสารหนี้ (55%) โดย 40% ลงทุนในกองทุน ETF iShares 20+ Year Treasury Bond (TLT) อีก 15% ลงทุนกองทุน ETF iShares 3–7 Year Treasury Bond (IEI)
  3. สินค้าโภคภัณฑ์ (15%) โดย 6.50% ลงทุนในกองทุน ETF SPDR Gold Trust อีก 6.50% ลงทุนในกองทุน ETF iShares S&P GSCI Commodity Indexed Trust
  4. Bitcoin (2%)

 

ผลลัพธ์ของพอร์ตลงทุน All Weather Portfolio + Bitcoin (31 มีนาคม 2566) ปราฏว่าผลตอบแทน (เฉลี่ยต่อปี) 10 ปี, 5 ปี, 3 ปี, 1 ปี และ 6 เดือน อยู่ที่ระดับ 15.28%, 5.85%, 3.96%, -10.13% และ 9.62% ตามลำดับ

 

เหตุผลหลักๆ ที่ Ray Dalio ตัดสินใจแบ่งเงินเข้าลงทุน Bitcoin เขามองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีสถานะใกล้เคียงกับทองคำ หรืออยู่ในฐานะที่เรียกว่า Safe Haven ที่สามารถรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงได้ แต่เขาก็เตือนนักลงทุนว่าถึงแม้ Bitcoin จะมีโอกาสทำกำไรรายวันจากภาวะผันผวน แต่ต้องมีการวางแผนลงทุนอย่างรอบคอบ เพราะยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats