×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

YLG เผยตลาดทองคำไทยมูลค่าซื้อขายทะลุ 5 ล้านล้านบาท/วัน เป็นอันดับ 7 ของโลก

150

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายรวมในตลาดทองคำของประเทศไทยอยู่ที่มากกว่า 5 ล้านล้านบาท ต่อวัน โดยถือเป็นมูลค่าการซื้อขายอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน โดยมูลค่าการซื้อขายดังกล่าวมาจากทองคำกายภาพรวมกับการซื้อขายทองคำดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสัดส่วนของการซื้อขายทางกายภาพอยู่ที่ 35% และ 65% มาจากมูลค่าการซื้อขายทองคำดิจิทัลซึ่งเป็นการซื้อขายเพื่อการลงทุนที่ตลาดทองคำได้พัฒนาระบบการซื้อขายบนบล็อกเชน ทำให้สามารถเกิดความคล่องตัวในการซื้อในหน่วยที่เล็กมากเพียง 0.0001 กรัม หรือใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท

 

นอกจากนี้พบว่ามูลค่าการซื้อขายทองคำในระบบออนไลน์ยังมาจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส) โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันประมาณ หนึ่งล้านสี่แสนล้านล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากตลาดฟิวเจอร์สเป็นการเข้าถึงการเทรดในตลาดระดับโลก เช่น การซื้อขายผ่าน Tradingview ด้วยบัญชี YLG Futures ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนฟิวเจอร์สในตลาด CME Group ตลาดฟิวเจอร์สอันดับหนึ่งของโลกจากสหรัฐฯ ที่มีสินค้าที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลกครอบคลุม ทองคำ น้ำมันดิบ ดัชนีหุ้นสหรัฐ สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง  อีกทั้ง สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชม. ไม่เว้นวันหยุดของประเทศไทย  ซึ่งจุดเด่นของการลงทุนทองคำในฟิวเจอร์สคือสามารถลงทุนได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง

 

สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในปีนี้ ระยะสั้นมองว่ายังเป็นการแกว่งตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดเดิมของเดือน ธ.. 2566 ที่ระดับ 1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มมีสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายช้าลง จากเดิมที่ตลาดคาดว่าจะลดลงไตรมาสแรก ออกไปเป็นไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ทองคำได้รับแรงกดดัน โดยภาพระยะยาวในปี 2567 มองแนวรับแรกไว้ที่โซน 1,902-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของเดือน ก.. 2566 และเดือนก.. 2566 ตามลำดับและแนวรับถัดไปในโซน 1,804-1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ซึ่งเชื่อมั่นว่าแนวรับแรกราคามีโอกาสยืนได้ โดยมองว่าช่วงครึ่งหลังของปีจะกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวก และหากราคาปรับตัวผ่านระดับ 2,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากทำระดับสูงสุดใหม่ขึ้นไปได้ รอบนี้แนวต้านถัดไปมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึงบริเวณ 2,200-2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

 

ช่วงที่ราคาแกว่งตัวลงในช่วงนี้สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าเก็บเพื่อถือยาวสามารถทยอยซื้อสะสมได้ เพื่อรอขายช่วงขาขึ้นได้ แต่สำหรับนักลงทุนเก็งกำไรสามารถทำได้ 2 แบบ คือ เก็งกำไรทองคำผ่านระบบออนไลน์ หรือ การเก็งกำไรผ่านตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งส่วนนี้จะสามารถทำได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลงนางพวรรณ กล่าว

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats