SET ม.ค. ปิด +5.2% รับอานิสงส์ Election Rally ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
ดัชนี SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ระดับ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.2% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า ได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ากลับมาซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ขณะที่หุ้นมูลค่า (Value Stock) กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจาก AI และนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มี Valuation ค่อนข้างสูง ประกอบกับความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่อาจลดลง ส่งผลให้เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากสหรัฐฯ ไปยังภูมิภาคอื่น
คุณศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับปัจจัยในประเทศ บริษัทจดทะเบียนไทยมีการจ่ายปันผล และการซื้อหุ้นคืนรวมในปี 2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้หากพิจารณาเฉพาะหุ้นกลุ่มปันผลสูง (SETHD) ยังให้ผลตอบแทนรวม (Total Return) ถึง 11.32% ในปี 2568 ส่วนในเดือนมกราคม 2569 ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจาก Election Rally ซึ่งจากสถิติในอดีตพบว่า SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วง 1 เดือนก่อนและหลังเลือกตั้ง นอกจากนี้ในช่วงต้นปีนี้ไม่มีแรงขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เหมือนในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน

สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมกราคม 2569
- ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคโดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร
- ในเดือนมกราคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
- ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท หากรวมกับที่ซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้าจะคิดเป็นมูลค่า 10,547 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิของผู้ลงทุนต่างชาติสองเดือนติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566
- ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 53.37% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุน
- รายย่อยในประเทศ 29.63% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 10.56% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.44%
- เดือนมกราคม 2569 ไม่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET และ mai
- Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมกราคม2569 อยู่ที่ระดับ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.0 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 18.2 เท่า
- อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 3.82% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.72%
ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมกราคม 2569
- มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 454,455 สัญญา เพิ่มขึ้น 5.5% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Gold Online Futures และ Silver Online Futures
















