เมื่อราคาพลังงานและอาหารพุ่งสูงขึ้น จงปกป้องประชาชน อย่าปกป้องราคา
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram
เมื่อค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลหลายประเทศมักเลือกตรึงราคาพลังงานและอาหารเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่สารสำคัญจาก Kristalina Georgieva Managing Director, IMF บนเทวี Managing Director’s Global Policy Agenda ในระหว่างการประชุมประจำปี IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพมหานคร คือ รัฐควรปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องราคา เพราะการอุดหนุนแบบทั่วหน้าใช้งบประมาณสูง และอาจเพิ่มภาระหนี้ในวันที่รัฐบาลเหลือทรัพยากรรับมือวิกฤตน้อยลง
1. เศรษฐกิจยังเติบโต แต่กันชนลดลง
เศรษฐกิจโลกในปี 2026 คาดว่าจะเติบโตราว 3.1% ชะลอจาก 3.4% ในปีก่อนหน้า ภายใต้แรงกดดันจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง ขณะที่การลงทุนด้าน AI ยังเป็นแรงส่งสำคัญ และสิ่งที่น่ากังวลกว่าการชะลอตัวคือ กันชนทางการคลังของหลายประเทศลดลง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ไม่ได้สร้างกันชนขึ้นใหม่ในช่วงฟื้นตัวหลังโรคระบาด ทำให้พื้นที่ใช้จ่ายเพื่อรับมือเงินเฟ้อและราคาพลังงานจำกัดลง
2. ช่วยคนให้ตรงจุด แทนการอุ้มราคาทั้งระบบ
การตรึงราคาเป็นวงกว้างไม่เพียงใช้งบประมาณมาก แต่ยังทำให้ราคาไม่สะท้อนต้นทุนจริง และลดแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน IMF จึงเสนอให้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยตรง และกำหนดระยะเวลาของมาตรการให้ชัดเจน เพื่อบรรเทาค่าครองชีพโดยไม่สร้างภาระงบประมาณระยะยาว
3. ซ่อมฐานะการคลัง ก่อนภาระหนี้เบียดบังอนาคต
ความเร่งด่วนในการซ่อมฐานะการคลังมาจากต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น ในกลุ่มประเทศรายได้น้อย ค่าใช้จ่ายด้านการชำระหนี้เพิ่มจาก 6% ของรายได้ภาครัฐเมื่อ 10 ปีก่อน เป็น 14% ในปัจจุบัน หรือราว 2.3 เท่า ซึ่งอาจเบียดบังงบสวัสดิการและการศึกษา
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องปรับปรุงรายได้ภาครัฐ จัดลำดับรายจ่าย และบริหารการเงินสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ ขณะที่ธนาคารกลางต้องรักษาเป้าหมายเสถียรภาพราคาอย่างเคร่งครัด
ที่สำคัญโลกยังต้องลดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจด้วย โดยสารสำคัญคือ “จีนต้องใช้จ่ายมากขึ้น สหรัฐฯ ต้องออมมากขึ้น และยุโรปต้องลงทุนมากขึ้น”
4. ไทยและอาเซียนควรปรับตัวอย่างไร
สำหรับไทยและอาเซียน การเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจควรมาพร้อมการเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค เพราะการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนยังมีสัดส่วนเพียง 22% ของการค้ารวม ต่ำกว่าสหภาพยุโรปที่ 60% อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ประเทศไทยควรใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงไซเบอร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สิงคโปร์ให้น้ำหนักเป็นพิเศษ
คำกล่าวที่ว่า “Winter Is Coming” ของ Georgieva จึงไม่ได้หมายถึงเพียงความต้องการพลังงานที่จะเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว แต่ยังเตือนว่า อย่าชะล่าใจเพียงเพราะโลกผ่านวิกฤตมาได้หลายครั้ง เมื่อกันชนทางเศรษฐกิจเหลือน้อยลง นโยบายจึงต้องช่วยคนที่เดือดร้อนให้ตรงจุด พร้อมรักษาความสามารถของรัฐในการรับมือวิกฤตครั้งต่อไป
















