×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

5 บทเรียนการเงินและชีวิต จาก Self-Made ที่เกษียณตอนอายุ 4O

49

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram

 

เกษียณเร็ว หรือ FIRE (Financial Independence, Retire Early) เป็นแนวคิดที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะนอกจากจะมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ยังมีเวลาไปใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ต้องผูกติดกับงานประจำอีกต่อไป

 

แต่การเกษียณเร็วไม่ได้จบลงแค่การมีเงินมากพอ เพราะเมื่อไม่มีเงินเดือนประจำและต้องพึ่งพาเงินที่สะสมมา ชีวิตก็อาจมีความท้าทายที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

 

บทเรียนนี้มาจาก Bernadette Joy ซีอีโอของ Crush Your Money Goals ผู้สร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเองจนมีทรัพย์สินระดับล้านดอลลาร์สหรัฐ เธอเคยปลดหนี้กว่า 300,000 ดอลลาร์ และประสบความสำเร็จในการเกษียณตั้งแต่อายุ 40 ปี

 

แม้เป้าหมายทางการเงินจะสำเร็จแล้ว แต่ปีแรกหลังเกษียณกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เธอพบทั้งความกังวลเรื่องเงิน ความท้าทายในการจัดสรรเวลา และการปรับตัวเข้ากับชีวิตที่เปลี่ยนไป จนได้เรียนรู้ว่า การเกษียณที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามแผนทุกอย่าง แต่ต้องยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความจริง

 

นี่คือ 5 บทเรียนจากปีแรกหลังเกษียณของเธอ ที่คนกำลังวางแผนเกษียณไม่ควรมองข้าม

 

1. มีเงินล้านแล้ว ก็ยังหนีความกังวลเรื่องเงินไม่พ้น

 

แม้จะเกษียณด้วยความมั่งคั่งระดับล้านดอลลาร์ แต่ในช่วงไตรมาสแรกของปี พอร์ตลงทุนของ Bernadette กลับขาดทุนถึง 60,000 ดอลลาร์

 

แม้เธอจะมีประสบการณ์สอนเรื่องการลงทุนมาหลายปี และเข้าใจดีว่าตลาดหุ้นมีขึ้นมีลงเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อความผันผวนเกิดขึ้นกับเงินของตัวเอง ก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังเกษียณคือ เงินลงทุนไม่ได้มีไว้สร้างความมั่งคั่งในระยะยาวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแหล่งเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย การเห็นพอร์ตติดลบจึงสร้างแรงกดดันมากกว่าตอนที่ยังมีเงินเดือนประจำ

 

เธอจึงเลือกเก็บเงินสดสำรองให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายมากกว่า 1 ปี เพื่อให้มีเงินใช้โดยไม่ต้องรีบขายสินทรัพย์ในช่วงตลาดขาลง พร้อมกลับมาควบคุมงบประมาณรายเดือนและลดความถี่ในการเช็กพอร์ตลงทุน

 

บทเรียน: เงินเกษียณไม่ใช่แค่การทำให้พอร์ตเติบโต แต่ต้องเตรียมเงินให้พร้อมใช้ด้วย การมีเงินสำรองที่เหมาะสมจะช่วยลดแรงกดดันและทำให้เรารับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น

 

2. อย่ามองข้ามค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

 

เมื่อออกจากงานประจำ สวัสดิการประกันสุขภาพจากบริษัทก็สิ้นสุดลงตามไปด้วย สำหรับ Bernadette ซึ่งมีโรคประจำตัว เรื่องนี้จึงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องวางแผนรับมือ

 

เธอใช้เวลาถึง 4 เดือนในการเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพเอกชน ก่อนตัดสินใจบินไปมาเลเซียเพื่อตรวจสุขภาพเชิงลึกกับสามี โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 769 ดอลลาร์ ซึ่งเธอระบุว่าถูกกว่าการตรวจในสหรัฐฯ มาก

 

นอกจากนี้ เธอยังนำผลตรวจสุขภาพไปประกอบการสมัครบริการแพทย์ประจำตัวแบบสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือน แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยให้เข้าถึงคำปรึกษาทางการแพทย์ได้สะดวกขึ้น

 

บทเรียน: การวางแผนเกษียณต้องคิดให้ครบทั้งค่าครองชีพ ประกันสุขภาพ และค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อไม่มีสวัสดิการจากนายจ้างแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอาจส่งผลต่อแผนการเงินระยะยาวได้มากกว่าที่คิด

 

3. อิสรภาพจากงาน ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีตารางชีวิต

 

หลายคนฝันถึงวันที่ไม่ต้องตื่นไปทำงานตามเวลา ไม่ต้องประชุม และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ แต่เมื่อไม่มีตารางงานที่เคยกำหนดกิจวัตรในแต่ละวัน Bernadette กลับพบว่าตัวเองเคว้งคว้าง และไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลาอย่างไรให้มีความหมาย

 

เธอจึงสร้างโครงสร้างชีวิตใหม่ โดยเลือก 3 สิ่งสำคัญในแต่ละไตรมาสมาเป็นเป้าหมายหลัก ได้แก่ สุขภาพ งานอดิเรก และโปรเจกต์ที่ตัวเองหลงใหล

 

ขณะเดียวกัน เธอยังคงทำธุรกิจจัดอีเวนต์และให้คำปรึกษาด้านการเงินผ่าน Crush Your Money Goals ต่อไป ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างรายได้ แต่เพราะเธอสนุกกับการทำงานและได้แบ่งปันความรู้ในสิ่งที่รัก

 

บทเรียน: การเกษียณไม่ใช่แค่การออกจากงาน แต่คือการออกแบบชีวิตบทใหม่ให้ตัวเอง การมีเป้าหมายและกิจวัตรที่เหมาะสมจะช่วยให้ทุกวันมีความหมาย แม้จะไม่ต้องทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือนอีกต่อไป

 

4. สังคมและความสัมพันธ์ สำคัญไม่แพ้เงินในบัญชี

 

ในช่วงแรก Bernadette รู้สึกกดดันที่จะต้องพิสูจน์ให้คนรอบข้างเห็นว่า การเกษียณของเธอเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน การไม่มีเพื่อนร่วมงานและการที่เพื่อนวัยเดียวกันส่วนใหญ่ยังทำงานประจำ ก็ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว

 

เธอจึงหันมาเขียนบันทึกและเข้ารับการบำบัด เพื่อทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองและลดการยึดติดกับการยอมรับจากผู้อื่น พร้อมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงคอมเมดี้ โยคะ กีฬา หรือดนตรี

 

บทเรียน: การเกษียณอาจทำให้ความสัมพันธ์และสังคมรอบตัวเปลี่ยนไป การเตรียมความพร้อมจึงไม่ควรมีแค่เรื่องเงิน แต่ต้องรวมถึงการรักษาความสัมพันธ์เดิมและสร้างสังคมใหม่ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตด้วย

 

5. กล้าใช้เงินซื้อความสุข ไม่ใช่เอาแต่เก็บเงิน

 

Bernadette เคยกังวลว่าการเกษียณเร็วอาจทำให้ชีวิตน่าเบื่อ แต่เมื่อมีเวลามากขึ้น เธอกลับพบว่ามีหลายสิ่งที่อยากทำ ทั้งร้องเพลง เล่นพิกเคิลบอล ท่องเที่ยว และติดตามศิลปิน K-pop อย่างวง BTS

 

กิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่าย และอาจทำให้ต้องกลับมาทบทวนงบประมาณ แต่เธอเลือกเปิดใจให้กับประสบการณ์ใหม่ๆ แทนที่จะปฏิเสธทุกอย่างเพียงเพราะกลัวใช้เงินมากเกินไป แม้การไปชมคอนเสิร์ต BTS จะทำให้ต้องปรับแผนงบประมาณสำหรับปีถัดไปก็ตาม

 

หลังจากทำงานหนักมานานกว่า 20 ปี เธอเริ่มตระหนักว่า เงินที่สะสมมานั้นไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาตัวเลขในบัญชีให้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีไว้สร้างประสบการณ์และความสุขให้กับชีวิตด้วย

 

บทเรียน: การวางแผนเกษียณที่ดีไม่ใช่การประหยัดทุกบาทจนไม่กล้าใช้เงิน แต่คือการจัดสรรเงินให้สมดุลระหว่างความมั่นคงในอนาคตกับความสุขในวันนี้ โดยใช้จ่ายภายใต้งบประมาณที่ตัวเองรับไหว

 

เกษียณสุข ต้องพร้อมทั้งเรื่องเงินและเรื่องชีวิต

 

เรื่องราวของ Bernadette Joy สะท้อนให้เห็นว่า แม้เราจะมีเงินมากพอที่จะเกษียณเร็ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดความกังวลหรือปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้ทันที

 

การเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอ วางแผนค่ารักษาพยาบาล ออกแบบกิจวัตร สร้างความสัมพันธ์ และกล้าใช้เงินเพื่อความสุข ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ชีวิตหลังเกษียณมีความหมายมากขึ้น

 

ดังนั้น ก่อนตั้งเป้าหมายเกษียณเร็ว ลองถามตัวเองให้ครบทั้งสองด้านว่า เรามีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตที่ต้องการแล้วหรือยัง และเรารู้หรือไม่ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรเมื่อมีอิสระจากงานประจำ

 

เพราะเป้าหมายของการเกษียณไม่ใช่แค่การมีเงินมากพอที่จะหยุดทำงาน แต่คือการมีอิสระที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน

 

ที่มา: CNBC – Self-made millionaire retired at 40. Here are the biggest surprises

 

#WealthMeUp

 

Related Stories

amazon anti fatigue mats